ก.พลังงาน เพิ่งตื่น !!! สั่งการให้กฟผ.ศึกษานำน้ำมันปาล์ม ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า

6
กระทรวงพลังงาน เพิ่งจะเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ล่าสุดสั่งให้ กฟผ. ศึกษานำน้ำมันปาล์มดิบใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางประกง และ ราชบุรี เพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จากร้อยละ 6.6 เป็นร้อยละ 6.9 สั่ง ขสมก.และ บขส.ทดลองใช้น้ำมันดีเซล B20 ให้แล้วเสร็จในระยะเวลา 1 เดือน 
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ว่า มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ หรือ ซีพีโอในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จากร้อยละ 6.6 เป็นร้อยละ 6.9 เพื่อช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอีก15,000 ตันต่อปี เป็น 80,000 ตันต่อปี โดยเบื้องต้นจะบังคับใช้มาตรการเพิ่มสัดส่วนเป็นร้อยละ 6.8 ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน(61)ไปก่อน
ขณะเดียวกัน จากความร่วมมือกับ ขสมก.และ บขส.ทดลองใช้น้ำมันดีเซล B20 ให้แล้วเสร็จในระยะเวลา 1 เดือน ตั้งเป้าหมายใช้น้ำมันดีเซล B20 ในปริมาณ 7 ล้านลิตรต่อเดือนนั้น ขณะนี้ ยังมีผู้ค้ามาตรา 7สนใจติดต่อขอเปิดสถานีบริการที่มีหัวจ่ายB20เพิ่มเติม คาดจะส่งผลให้ประมาณการใช้น้ำมันดีเซล B20 ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20 ล้านลิตรต่อเดือน ทั้งนี้ ตามสองแผนงานดังกล่าว จะสามารถใช้น้ำมันปาล์มดิบในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วได้ 1.3 ล้านตันต่อปี และในน้ำมันดีเซล B20 เพิ่มขึ้นอีก 6 แสนตันต่อปี รวมเป็น 1.9 ล้านตันต่อปี จากปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบในประเทศประมาณ 2.5 ล้านตันต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.ที่อยู่ระหว่างหารือนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกงและราชบุรี ร่วมกับเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ เพราะมองว่าที่ผ่านมาทั้งสองโรงไฟฟ้าเคยใช้น้ำมันเตาร่วมกับก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้า ทำให้การปรับระบบจะสะดวกมากขึ้น และยังเคยมีต้นทุนอยู่ที่ 6-7 บาทต่อหน่วย
ส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงชนิดเดียวเดินเครื่องจะมีต้นทุน 3 บาทต่อหน่วย แต่หากใช้น้ำมันปาล์มผสมคาดว่าจะทำให้มีต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้น20 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับประชาชน เนื่องจากมาตรการนี้ตั้งเป้าดูดซับน้ำมันปาล์มดิบได้ถึง 1.6 แสนตันภายใน 3 เดือน ที่คาดว่าจะเกิดภาระจากการพยุงราคาค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนถึง 1 พันล้านบาท โดยภาระส่วนนี้จะให้ กฟผ.ดำเนินการรับผิดชอบ 500 ล้านบาท อีกส่วนจะใช้งบกลางช่วย 500 ล้านบาท โดยเบื้องต้นกฟผ. ได้เริ่มวางมาตรการปรับปรุงระบบการผลิตแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบได้กว่า 2 แสนตัน จากปัจจุบันสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบทั้งประเทศอยู่ที่ 3.7 แสนตัน