“บิ๊กแดง”ชู เหนือหัว ร.10 คือ “จอมทัพไทย” ลั่นป้องสถาบัน ตะเพิดพวกหมิ่นฯพ้นประเทศ

3044

ผบ.ทบ. ยกย่อง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่10 คือ “องค์จอมทัพไทย” ประกาศลั่น จะใช้ทุกอย่างที่มีอยู่ ปกป้องสถาบัน พร้อมไล่ตะเพิด พวกหมิ่นสถาบัน ไปอยู่นอกประเทศ เตรียมลงพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ค้างแรมในพื้นที่ เช่นเดียวกับ อดีต ผบ.ทบ.

วันนี้( 17 ต.ค.) ที่ กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ”บิ๊กแดง”  ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงดำรงตำแหน่ง เป็นองค์จอมทัพไทย ซึ่งบางครั้ง ยังมีทหารบางคนยังลืม ตนจะเตือนสติเขาว่า ผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ องค์พระมหากษัตริย์ เนื่องจากพระองค์ท่าน ทรงดำรงพระอิสริยยศ และ ดำรงตำแหน่งเป็นจอมทัพไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด

ในส่วนของกองทัพบกถือเป็นข้ารองบาทมีหน้าที่ และ หัวใจปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งและเป็นศูนย์รวมจิตใจ โดยกองทัพบกจะใช้ศักยภาพและขีดความสามารถทุกอย่างในการปกป้องสถาบัน สำหรับการหมิ่นสถาบัน และ การก้าวล่วงที่เกิดขึ้นในหลายครั้ง ก็เกิดจากคนสติไม่สมประกอบ เช่นเมื่อที่ผ่านมาเร็วๆนี้มีการไปยื่นถวายฎีกา เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ป่วยทางจิต และ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งรพ.ศรีธัญญาเรียบร้อยแล้ว

“คนที่หมิ่นสถาบันส่วนใหญ่เป็นคนที่จิตไม่ปกติ ส่วนคนที่จิตปกติแต่มีความคิดแปลกๆ แต่ก็อยู่ไม่ได้ในเมืองไทย มีการหนีไปอยู่ต่างประเทศ เพราะอยู่เมืองไทยไม่ได้ ในเมื่อเราอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า ทำไมไม่สำนึกถึงบุญคุณแผ่นดินเกิด ไม่มีใครเขาไม่รักแผ่นดินเกิด รัฐบาลผลัดเปลี่ยนไปแต่องค์พระมหากษัตริย์ต้องอยู่คู่ฟ้าคู่แผ่นดินไทยไปตลอด นี่ คือหน้าที่ของกองทัพบก และผมจะปกป้องสถาบันด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมี” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

นอกจากนี้ ผบ.ทบ. ยังให้สัมภาษณ์ ถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า จะลงไปช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อมอบนโยบายอย่างเป็นทางการ โดยที่ผ่านมาตนเคยรับราชการเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 24 จ.สตูล และเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ที่ อ.ธารโต และ อ.เบตง จ.ยะลา มีความคุ้นเคยกับหน่วยและพื้นที่พอสมควร

สำหรับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในฐานะที่เป็นผบ.ทบ.ขั้นต้นยังไม่ได้มอบนโยบายไป แต่ได้บอกกล่าวกับหน่วยปฏิบัติแล้วว่าให้ร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแยกแยะแต่ละคดีความให้ชัดเจน ซึ่งหากมองย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ปล้น และฆ่ากับกทม. แต่ขอให้แยกแยะเหตุการณ์ว่าเหตุการณ์ใดเป็นก่อการร้าย หรือเรื่องส่วนตัว ต้องยอมรับว่าไม่มีพื้นที่ไหนในโลกที่ไม่มีการปล้นและฆ่ากัน ดังนั้นต้องแยกแยะเหตุการณ์

“การทำสถิติของเหตุการณ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่สำคัญผมจะเข้มงวดกำลังพลให้มากกว่านี้ และได้เชิญ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 มาประชุมมอบนโยบาย และผมตั้งใจไว้จะทำตามพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีต ผบ.ทบ. เคยดำเนินการไว้ เช่น การไปค้างคืนในพื้นที่เป็นเวลา 1-2 คืน เดือนละครั้ง” ผบ.ทบ.กล่าว