สนช.เสนอกม.ปลดล็อก’กัญชา’ใช้ทางการแพทย์ แต่คาดไม่ทันหมดวาระ

10

สนช.43 คน ลงชื่อเสนอกฎหมายยาเสพติด ถอด’กัญชา-ใบกระท่อม’จากบัญชียาเสพติด ให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แต่คาดเสร็จไม่ทันก่อนสนช.หมดวาระ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ได้เสนอ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ต่อที่ประชุมสนช. เพื่อแก้ไขให้ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 คือ กัญชาและพืชกระท่อม สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสามารถนำไปใช้ในการรักษาภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ได้ หลังจากมีผลพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วพบว่า สารที่สกัดได้จากกัญชาสามารถนำไปรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งแล้วมีอาการที่ดีขึ้น

หลังจากได้เสนอร่างแล้ว สำนักงานเลขาธิการสนช. จะนำร่างกฎหมายรับฟังความเห็นผ่านทางเว็ปไซต์ของสนช. เบื้องต้นคาดว่า จะใช้เวลา 15 วัน และจะเปิดเวทีเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะเสนอให้ สนช. พิจารณาในวาระแรกได้

ส่วนที่แก้ไขของพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยนำยาเสพติดประเภท 2 หรือ ประเภท 5 ทำประโยชน์เพื่อวิจัยทางการแพทย์ หรือ ทางราชการ ต้องได้รับอนุญาต สำหรับผู้มีสิทธิของอนุญาตได้ ประกอบด้วย กระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทย หรือ องค์การเภสัชกรรม , ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ, ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ได้แก่ เวชกรรม, เภสชกรรม, ทันตกรรม, สัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง, แพทย์แผนไทยสาขาเวชกรรมไทย, แพทย์แผนไทยประยุกต์

ร่างกฎหมายกำหนดเงื่อนไขให้สำหรับผู้ขออนุญาตส่วนผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ด้วยคือ มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย, ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด, วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต, สารระเหยรวมถึง กฎหมายว่า ด้วยมาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือกฎหมายว่าด้วยยา รวมถึงไม่อยู่ระหว่างเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการแพทย์, ไม่เป็นบุคคลวิกลจริย ฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

“ร่างกฎหมายยังกำหนดการอนุญาตให้ทดลองปลูก, ผลิต, เสพหรือครอบครอง โดยให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต นอกจากนั้นยังยกเว้นความผิดสำหรับผู้ใช้ยาเสพติดประเภท 2 และ ประเภท 5 เพื่อเป็นยารักษาโรคแต่ต้องมีใบอนุญาต” นายสมชาย กล่าว

โดยร่างกฎหมายยาเสพติด มีสนช.ร่วมลงชื่อ 43 คน อาทิ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ , นายสนิท อักษรแก้ว, นายยุทธนา ทัพเจริญ, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน เป็นต้น โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ได้แสดงความเห็นสนับสนุนด้วยและเชื่อว่าจะได้รับความเห็นชอบเพราะเป็นร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์

ทั้งนี้ พิจารณาตามกำหนดการของการพิจารณาร่างกฎหมาย คาดว่า จะไม่ทันในสมัยของ สนช.ชุดนี้ โดยในรายละเอียด สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จะนำเข้าสู่การรับฟังความเห็น 15 วัน และเปิดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน ใช้เวลา 30 วัน หลังจากนั้น จะรวบรวมข้อมูลเสนอสนช. บรรจุเข้าวาระการประชุม ซึ่งจะต้องรอคิวกฎหมายฉบับอื่น ซึ่งมีอยู่นับ 100 ฉบับ ยกเว้นว่า มีการเลื่อนวาระการประชุมเป็นวาระเร่งด่วน

หลังการพิจารณาในวาระที่ 1 ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา อาจใช้เวลา 3-6 เดือน และตามกำหนดการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะมีส.ว.เข้ามาประมาณปลายเดือนเมษายน ซึ่งจะทำให้ สนช.หมดวาระตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายยาเสพติด อาจไม่เสร็จในสนช.ชุดนี้