สรุปข่าวเด่น 12.00 น. นายกฯประชุมสุดยอด ผู้นำอาเซียนบาหลี หลังเกิดแผ่นดินไหว

4

ติดตามสรุปข่าวเด่น 12.00 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ เกาะบาหลี หลังจากเกิดแผ่นดินไหว ด้าน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหน.พรรคภูมิใจไทย ย้ำนโยบาย ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ได้รับเสียงตอบรับดี

บิ๊กตู่ ไม่หวั่นเหตุแผ่นดินไหว บินถกผู้นำอาเซียน บาหลี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  พร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติงูระห์ไร เพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN Leaders’ Gathering ณ บาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยล่าสุดเกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.0 แมกนิจูติ นอกชายฝั่งเกาะชวา และ บาหลี ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุม ทั้งนี้  พล.อ.ประยุทธ์  รับทราบสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเบื้องต้นแล้ว โดยไม่มีท่าทางสีหน้าที่ตกใจ ขณะที่ผู้สื่อข่าวไทยที่เดินทางล่วงหน้าเพื่อไปทำข่าวการประชุมดังกล่าว รายงานกลับมา ว่า รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน และขณะนี้ยังคงติดตาม ว่ามีสัญญาเตือนสึนามิ จากทางการของอินโดนีเชียหรือไม่
สำหรับกำหนดการของนายกรัฐมนตรี จะเดินทางถึงสาธารณรัฐอินโดนีเซียในเวลา 13.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง และในเวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุม ASEAN Leader’s Gathering ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางกลับประเทศไทยในเวลา 20.30 น โดยจะเดินทางถึงไทยเวลาประมาณ 00.15 น.

 

ภูมิใจไทย  ย้ำ ชูหลักการลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวทางการหาเสียงในอนาคต ว่า การหาเสียงยังไม่สามารถทำได้ เพราะติดข้อจำกัดทางกฎหมาย ขณะนี้จึงได้แค่รวบรวมปัญหาของประชาชน และแนวทางแก้ปัญหาเท่านั้น ซึ่งแนวทางเบื้องต้นคือการลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน หลักการคือการปรับแก้กฎหมาย เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์ในการทำมาหากินเพิ่มขึ้น ในส่วนของรายละเอียดต้องรอวันประกาศนโยบายที่ชัดเจน แต่อยู่บนแนวทางของหัวหน้าพรรคคือ ทำได้จริง ทำได้เลย แน่นอน
นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สมาชิกพรรคได้แต่พูดหลักการอย่างกว้างของคำว่าลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ผลที่ตามมาคือ ประชาชนเห็นด้วยในหลักการ ส่วนเวลาหาเสียงมีจำกัด จะเพียงพอต่อการสื่อสารเนื้อหานโยบายของพรรคหรือไม่นั้น ทางพรรคมีทางแก้ไว้แล้ว เพราะนโยบายของพรรคต้องไม่มีความสลับซับซ้อน พูดแล้ว ต้องนึกภาพตามได้ทันที และพรรคต้องการใช้สื่อหลายช่องทางที่สุด คิดว่าน่าจะสร้างความเข้าใจกับประชาชนได้

ลุงกำนัน ยัน รปช.เป็นเอกเทศ ไม่อยู่ใต้สังกัด คสช.
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ชี้แจงกรณีมีผู้ร้องเรียนว่า จัดเก็บค่าสมาชิกไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ว่า การให้สมาชิกพรรค จ่ายค่าบำรุงพรรควันละ 1 บาท 1 ปี 365 บาท ไปเทียบเคียงกับการรับบริจาคของพรรคอนาคตใหม่ เป็นการบิดเบือนความจริง  ไม่สามารถเทียบเคียงกันได้ เนื่อง จาก รปช.ได้แจ้งสมาชิกชัดเจนว่า ให้มาร่วมเป็นเจ้าของพรรคด้วยการจ่ายค่าบำรุงพรรควันละ 1 บาท ปีละ 365 บาท ซึ่งจะแพงกว่าพรรคการเมืองอื่นที่เก็บ 50 บาท เพราะเราไม่ต้องการพึ่งพาเงินจากแหล่งอื่น จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณใคร

“จึงขอยืนยันว่าพรรคปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีเรื่องที่ กกต.จะมาเข้าข้างพรรคเหมือนที่มีการกล่าวหา ยืนยันว่าไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับขั้วอำนาจของคสช. จึงอย่าเหมารวมว่าเราจะเป็นพวกเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือพวกใคร เพราะเราจะยึดแนวทางการปฏิรูปประเทศตามแนวทางประชาชน หากยอมรับเงื่อนไขของเราก็ยินดีสนับสนุน จะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขนี้ ที่สำคัญเราไม่ได้อยู่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เป็นลูกน้องใคร เราเป็นพรรคของประชาชนต้องถามประชาชนว่าจะเอาใครและจะทำอย่างไร”

ประธานสนช.มั่นใจคัดเลือกกกต.ราบรื่น
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อีก 2 คนที่เหลือ หลังจากคณะกรรมการสรรหา มีมติเสนอชื่อ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทนายความและที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุม สนช. จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบประวัติฯ โดยจะใช้เวลาทำงาน 45 วันก่อน ลงมติเห็นชอบ และหวังว่าการพิจารณารอบนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาที่มีปัญหาเพราะคณะกรรมการสรรหาไม่ได้มีอำนาจและเวลามากพอที่จะตรวจสอบประวัติบุคคล จึงตรวจสอบได้แค่คุณสมบัติเท่านั้น ส่วนกรณีสมาชิก สนช. บางส่วนลาออกไปนั้น นายพรเพชร กล่าวว่า มีเพียงจำนวนน้อย ไม่กระทบต่อการทำงาน ยังไม่มีกระแสข่าวว่า สนช. จะลาออกไปเข้ากระบวนการคัดเลือก ส.ว. และโดยส่วนตัวก็ไม่มีการทาบทามไปเป็น ส.ว. ส่วนจะไปรับเลือกตั้ง ส.ส สนช. ก็ไม่มีคุณสมบัติ

หุ้นเช้าปิดลบ46จุดร่วง1,459หลักทรัพย์
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยภาคเช้า (11 ต.ค.) ที่ผ่านมา ปิดตลาดดัชนีปรับตัวลดลง 46.73จุด แตะ 1,675.09 จุด มูลค่าซื้อขาย 46,469.04 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้น 216 หลักทรัพย์ ลดลง 1,459 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง 150 ลักทรัพย์ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 11.53 น. มีดังนี้ ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 31.49 บาท ขายออก 32.94 บาท