รมว.พาณิชย์ ชี้ ราคาอาหารเจทรงตัว จี้ ปิดป้ายให้ชัด หอการค้าเผย เงินสะพัด4.6หมื่นล.

4

“สนธิรัตน์” ชี้แนวโน้มอาหารเจปีนี้ ส่วนใหญ่ราคาไม่ปรับขึ้น เว้นภาคใต้แพงกว่าพื้นที่อื่น สั่งพาณิชย์กำชับปิดป้ายราคาให้ชัดเจน  ขณะที่ ม.หอการค้าไทย คาดเงินสะพัด 4.6 หมื่นล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อน 1.9%

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังตรวจสอบการจำหน่ายอาหารเจที่ตลาดเยาวราช ว่า เทศกาลกินเจระหว่างวันที่ 9-17 ต.ค. 2561 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริโภคต้องการบริโภคผัก ผลไม้ และวัตถุดิบต่างๆ จำนวนมาก เท่าที่ตรวจสอบราคาอาหารเจส่วนใหญ่ขายราคา คงเดิม แต่มีบางพื้นที่ปรับราคาขึ้นมาบ้าง เช่น ภาคใต้ ที่เจอปัญหาน้ำท่วม รวมถึงค่าขนส่ง ทำให้ราคาแพงกว่าพื้นที่อื่น ทั้งนี้ได้ให้ กรมการค้าภายใน กำชับผู้ประกอบการปิดป้ายราคาให้ชัดเจน เพื่อผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้ถูกต้อง

นอกจากนี้ จากการส่งเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบภาวะราคาวัตถุดิบ ก่อนช่วงเทศกาลกินเจตั้งแต่วันที่ 4-5 ต.ค.  2561 บริเวณตลาดกรมภูธเรศ เขตสัมพันธวงศ์ ตลาดมิ่งขวัญบ้านนา เขตพญาไท ตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน ตลาดศิริชัย เขตบางบอน ตลาดสายเนตร เขตคันนายาว พบว่าภาพรวมราคาวัตถุดิบทรงตัว โดยราคาจำหน่ายปีนี้เท่ากับ ปีที่แล้ว เว้นวัตถุดิบที่ผลิตอาหารเจบางชนิดราคาสูงขึ้น เช่น แป้งสาลี ราคาจำหน่ายสูงกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย ส่วนผักสด ภาพรวมราคาทรงตัว

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัด 45,937.54 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.9%  ทั้งนี้ถือว่ามีอัตราการขยายตัวต่ำสุด ตั้งแต่ทำการสำรวจมาในปี 2551 และยังต่ำกว่าช่วงปี 2557 ที่การส่งออกไทยติดลบ ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่สะท้อนว่า ผู้บริโภคเริ่มกลับมาระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่า จำนวนผู้ที่ไม่กินเจปีนี้สูงถึง 66.2% ส่วนผู้ที่กินเจมีเพียง 33.8% และส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน โดยส่วนใหญ่นิยมซื้ออาหารปรุงสำเร็จมาทาน โดยพบผู้บริโภคเจ 31% ดูที่ความสะอาด รองลงมา 26.2% ดูเรื่องราคา และ 20% ดูเรื่องรสชาติ