สรุปข่าวเด่น 12.00 น.

8

ติดตามสรุปข่าวเด่น 12.00 น. นายกรัฐมนตรี เตรียมนำ ครม. ลงพื้นที่ภาคอีสานตอนบน และ ภาคเหนือตอนล่าง วันที่ 17-18 ก.ย.นี้ กลุ่มสามมิตร ประกาศอ้าแขนรับ อดีตสมาชิก ชาติไทยพัฒนาหลังมีกระแสข่าว สุวัจน์ ลิมปตพัลลภ หน.พรรค ถอดใจ เตรียมชิ่งหนีไปสังกัด พรรคพลังประชารัฐ

นายกฯ นำ ครม. ลุยตรวจงาน ภาคเหนือ และ อีสาน 17-18 ก.ย.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อม คณะรัฐมนตรี เตรียมเดินทางตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ย.61

โดยวันที่ 17 ก.ย. เวลา 07.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานเลย จากนั้น เดินทางไปพบ ประชาชน ณ หอประชุมทองวิไล มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเปิดถนน 4 เลน หมายเลข 201 ตอน เลย – เชียงคาน เพื่อลดความแออัดและรองรับปริมาณการจราจร และ การเดินทางของประชาชนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการ ขนส่ง พร้อมเป็นสักขีพยานมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน ให้แก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) หลัง จากนั้น นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการจัดการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทางประชารัฐของอำเภอเชียงคาน ณ ถนนคนเดิน

วันที่ 18 ก.ย. เวลา 08.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดอาคารศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง เทศบาลเพชรบูรณ์ และ เยี่ยมชมการดำเนินงานของ คลินิกหมอครอบครัว ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จากนั้น เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และกลุ่ม จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ก่อนเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 7/2561 ที่ ม.ราชภัฏเพชรบูรณ์

สำหรับการตรวจราชการครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับประเด็นการพัฒนาร่วมของทั้ง 2 กลุ่มจังหวัด ทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นฐานการท่องเที่ยวหลักของกลุ่มจังหวัด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงพื้นที่ภายในกลุ่มจังหวัด และพื้นที่ภาคเหนือเพื่อรองรับและเชื่อมโยงการ ค้าการท่องเที่ยว เป็นต้น

“สามมิตร” โวลั่น รวบรวม อดีตสส.-สว. ได้แล้ว 200 คน
นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขากลุ่มสามมิตร กล่าวถึง แนวทาง การเคลื่อนไหวของ กลุ่ม”สาม มิตร”หลังจากมีการโปรดเกล้าฯ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และ พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ว่า ทางกลุ่มสามมิตรก็เตรียมสรุปแนวทางว่าจะไปเข้าสังกัด พรรคการเมืองใด คาดภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน แต่ ต้องเป็นแกนนำกลุ่มสามมิตร เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะเป็นผู้ ตัดสินใจ ขณะนี้เรามี อดีตรัฐมนตรี , ส.ส. , ส.ว. , นักการเมืองท้องถิ่น และผู้นำชุมชน อยู่ในกลุ่มไม่ต่ำกว่า 200 คนแล้ว

ต่อข้อถามถึง กระแสข่าว นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้ตัดสินใจยุบพรรคชาติพัฒนา เพื่อจะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐนั้น นายภิรมย์ กล่าวว่า คงเป็นเพราะ นายสุวัจน์ เห็นว่าการรวมกับพรรคพลังประชารัฐจะมีอนาคตทางการเมืองสดใส เนื่องจากล่าสุด ที่ จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา มี ส.ส.ที่ชนะเลือกตั้งแค่ 3 คน ทั้งที่ จ.นครราชสีมา ถือว่าเป็นเมืองหลวงของพรรคชาติพัฒนา

“ดังนั้นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา คงจะมองเห็นว่า ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้อยู่ โอกาสที่จะทำการเมืองไปข้างหน้าคงจะลำบาก แต่ถ้าได้มาเข้าร่วมกับพรรคการ เมืองใหญ่ โอกาสที่จะได้ร่วมผลักดันโครงการใหญ่ๆ คงจะมีมากกว่า ส่วนเรื่องที่จะมีความซ้ำซ้อนในการวางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หรือไม่นั้น วันนี้ทุกคนก็ อยากจะมีอนาคต ดังนั้น ก็ต้องไปแข่งขันกันเรื่องของการเข้าหาประชาชน ” นายภิรมย์ กล่าว พร้อม ระบุว่า กลุ่ม สามมิตร พร้อมร่วมมือทางการเมืองกับทุก พรรคที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน

มธ. มอบ ตำแหน่ง นักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่ง ให้ผู้ก่อตั้ง “Grab Taxi”
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะเศรษฐศาสตร์ ได้จัดงานคืนสู่เหย้าของศิษย์เก่าเศรษฐศาสตร์ ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เมื่อวันเสาร์ (8ก.ย.) ที่ ผ่านมา ได้มีการประกาศยกย่องศิษย์เก่า ที่มีผลงานดีเด่น พร้อมมอบรางวัล “นักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่ง” โดยมีผู้ได้รับรางวัล 2 ราย คือ สุนิตย์ เชรษฐา ผอ.สถาบัน Change Fusion ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย และ จุฑาศรี คูวินิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Metta Group

สำหรับ บริษัท Metta Group คือ ผู้ ก่อตั้ง “Grab Taxi” ขึ้นในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ “คุณจูน” หรือ จุฑาศรี คูวินิชกุล ศิษย์เก่า คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลัก สูตรภาษาอังกฤษ จากคณะเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ก่อนจะไปศึกษาต่อ ด้านบริหารธุรกิจที่ Harvard Business School ประเทศอังกฤษ และ ได้ทดลองทำ โครงการ แกร็บ แท็กซี่ ร่วมกับ เพื่อน นศ.ชาวมาเลเซีย จากนั้น ได้ชักชวน เปิดกิจการในมาเลเซีย ปรากฏว่า ได้รับความสำเร็จงดงาม จึงนำมาดำเนินการใน ประเทศไทย

ความสำเร็จของ Grab Taxi ในประเทศไทย เป็นตัวอย่างของกิจการ “สตาร์ตอัพ” อย่างกว้างขวางในแวดวงของธุรกิจยุคใหม่ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดย เฉพาะ ดานการบริการ ที่คล่องตัว สะดวก รวดเร็ว

UN ขึ้นบัญชีดำ ไทย ติดอันดับ 38ชาติคุกคามสิทธิมนุษยชน
นายอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้มีการเปิดเผยรายงานประจำปี ซึ่งระบุถึงรายชื่อประเทศที่ข่มขู่คุกคามประชาชนที่ให้ความร่วม มือกับยูเอ็นในการต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้ง 38 ประเทศ โดยระบุว่าเป็นประเทศที่น่าละอาย ซึ่งหนึ่งในรายชื่อ 38 ประเทศนี้ มีรายชื่อของประเทศไทยด้วย

รายงานดังกล่าวระบุว่าในรายชื่อทั้ง 38 รายชื่อนี้ ส่วนหนึ่งรวมถึงประเทศที่เป็นคดีใหม่ 29 ประเทศ และประเทศที่เป็นคดีต่อเนื่อง19 ประเทศ ซึ่งมีรายชื่อ ประเทศจากเอเชีย เช่น จีน บาห์เรน อินเดีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบีย และไทยนายกูเตอร์เรสกล่าวว่า รัฐบาลในประเทศเหล่านี้มักจะตั้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ก่อการร้าย หรือไม่ก็เกี่ยวกับ ความมั่นคง เพื่อเป็นเหตุผลในการอ้างความผิดให้ กับกลุ่มคนที่ให้ความร่วมมือกับองค์กรต่างชาติในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งไม่เพียงแต่จะตั้งข้อหาดังกล่าวแล้ว หลายกรณีที่ประเทศเหล่านี้ใช้ วิธีการสังหาร ทารุณกรรม หรือเข้าควบคุมตัวโดยพลการเช่นเดียวกัน “โลกต้องเป็นหนี้ประชาชนผู้กล้าหาญเหล่านี้ ที่กล้ายืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน การที่ รัฐบาลประเทศต่างๆลงโทษบุคคลเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่น่าละอาย” เลขาฯยูเอ็น ระบุในตอนท้าย

หุ้นไทยเปิดตลาดบวก 2.91 จุด มูลค่าซื้อขาย 8,927.50ล้านบาท

การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย เปิดการซื้อขาย เมื่อ เวลา 10.14น. วันที่ 14 ก.ย.2561 ดัชนีอยู่ที่ 1,720.87 จุดปรับเพิ่มขึ้น 2.91 จุด เปลี่ยน แปลง 0.17% มูลค่าการซื้อ-ขายทั้งสิ้น 8,927.50 ล้านบาท สำหรับ 5 อันดับ อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูง คือ CPALL เปิดที่ 68.25 บาท ลดลง -0.25
บาท, KTB เปิดที่ 19.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท, EA เปิดที่ 43.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท,PTTEP เปิดที่ 148.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท และ GULF เปิดที่ 70.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท