ใครแบน ... ไทยไม่แบน ‘พาราควอต’ ยาฆ่าหญ้าที่โลกห้ามใช้ !!

Blog Single

จะเกิดอะไรขึ้น???... กับประเทศไทย ถ้ารัฐบาล ไม่ยอมยกเลิกการใช้ “พาราควอต” ... สารกำจัดวัชพืช ที่ทั่วโลกสั่งแบน !!!

“พาราควอต” หรือ ยาฆ่าหญ้าหมายเลข 1 ที่ใช้ในภาคเกษตรไทย ... ฆ่าหญ้าได้ชะงักงัน ...

แต่คนไทยรู้หรือไม่ว่า ... “พาราควอต” ถูกห้ามใช้แล้วใน 53 ประเทศ รวมทั้งจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตขนาดใหญ่ที่สุด

แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ... พม่า ลาว กัมพูชา ก็สั่งยกเลิก ไปนานแล้ว

ใครแบนก็ช่าง พี่ไทยไม่สน ... ยังเห็นใช้กันโจ๋งครึ่ม ๆ ในภาคเกษตร

ถ้าใครสัมผัสกับ “พาราควอต” ก็จะเกิดสภาวะ “เป็นพิษร้ายแรง” มีอาการ ผิวหนังแตก ... แสบไหม้ตามมือและขา ... ตาบอด ... จนถึงขั้นเสียชีวิต

จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มี “ยาถอนพิษ..พาราควอต” เกษตรกรที่ใช้พาราควอต ต้องป้องกันตัวเองให้ถูกวิธี

ถึงแม้จะมีอุปกรณ์ป้องกันที่ดี แต่ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ สหภาพยุโรป (อียู) มีรายงานว่า การสัมผัสพาราควอต จากการใช้เครื่องพ่นแบบสะพายหลัง มีความเสี่ยงสูงกว่าระดับมาตรฐาน ถึง ... 60 เท่า

ยิ่งหากไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกัน ก็จะเสี่ยงสูงกว่า 100 เท่า !!

เช่น ปี 1993 เกษตรกรชาวสวีเดน เสียชีวิตภายในหนึ่งสัปดาห์ หลังฉีดพ่นสารละลายพาราควอต ที่มีความเข้มข้น 0.5% นาน 3.5 ชั่วโมง ด้วยเครื่องสะพายหลังที่รั่วซึม

น่าตกใจคือ เคสของ...เกษตรกรไร่อ้อยชาวไทย มีอาการชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า เกิดบาดแผลลุกลาม จนทำให้เนื้อส่วนนั้นตาย และต้องตัดทิ้ง

นอกจากพิษเฉียบพลันแล้ว... “พาราควอต” ยังกระทบต่อสุขภาพระยะยาว

การแบน “พาราควอต” ในสหภาพยุโรป เริ่มตั้งแต่ปี 1983 ที่สวีเดน ตามด้วยประเทศอื่น ๆ เช่น ฟินแลนด์ ซึ่งยกเลิกในปี 1986 ด้วยเหตุผลว่า พาราควอตมีความเป็นพิษสูง แม้จะได้รับในปริมาณน้อย และส่งผลให้เสียชีวิตได้

ส่วนเดนมาร์กยกเลิกในปี 1995 เนื่องจากพาราควอตตกค้างในดินได้นาน และมีพิษร้ายแรง ทำให้กระต่ายที่กินหรือเดินบนหญ้าที่มีพาราควอตปนเปื้อน อาจเสียชีวิตได้

ส่วนในเมืองไทย เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ... 6 กระทรวงมีมติร่วมกันว่า “ให้ยกเลิก” การใช้สารเคมีสองชนิด รวมถึง “พาราควอต” ที่ใช้กำจัดวัชพืช

แต่จู่ ๆ ... พฤศจิกายน 2560 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลับแหกมติ …อนุญาตให้ต่อใบอนุญาตใช้พาราควอต 6 ปี ให้บริษัท 3 แห่ง ด้วยเหตุผลว่า... ปัจจุบันยังไม่มีมติแบนพาราควอต หากไม่ต่อทะเบียนให้บริษัท ภาครัฐอาจถูกฟ้องร้องได้

ความขัดแย้งนี้ จึงนำมาสู่ ... การตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ภายใต้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีมติ “ไม่ยกเลิก” !! การใช้สารเคมีพาราควอต คลอร์ไฟริฟอส และไกลโฟเซต เพราะข้อมูลผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่เพียงพอ

มีข้อสังเกตว่า ... กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 คน ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ... มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทค้าสารพิษอันตรายทั้ง 3 ชนิด

ในปี 2560 ประเทศไทยนำเข้าสารทั้งสามชนิด เพื่อใช้ในเกษตรกรรม รวมกันเฉลี่ยปีละกว่า 7 หมื่นตัน แบ่งเป็น พาราควอต กว่า 30,000 ตัน ,ไกลโฟเสต ราว ๆ 35,000 ตัน และ คลอร์ไพริฟอส ประมาณ 2,000 ตัน

หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ... คงอีกไม่นานเกินรอ ... อนาคตผืนแผ่นดินไทย จะเต็มไปด้วย “ยาพิษ” ที่สะสมอยู่ในดิน

***********

อันตรายจากสาร “พาราควอต” อยู่ที่ไหน?... ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ... อย่างที่คิด

จากงานวิจัย ยังพบว่า ในจังหวัดน่าน ลำพูน ลำปาง และอีกหลายๆ จังหวัด มีสารพาราควอตตกค้างทั้งในดิน แหล่งน้ำ และพืชผัก

เอาให้เข้าใจง่ายๆ คือ เมื่อดินดูดซับสารพิษ แล้วคายลงในแหล่งน้ำ ปลาก็จะได้รับพิษเข้าไปด้วย

คนปลูกพืชบนดินที่เต็มไปด้วยสารพาราควอต รดน้ำผักด้วยน้ำที่ปนเปื้อน ซึ่งสารพาราควอตนี้ ไม่ทำให้พืชตาย แต่จะสะสมในพืชผักผลไม้

ทั้งยังไม่สามารถล้างสารพิษออกได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด ๆ

นั่นหมายถึง ผู้บริโภคมีโอกาสที่ได้รับสารเคมีเหล่านี้ทุกคน ... ไม่ต่างจากเกษตรกร

เราจะยอมให้ผืนแผ่นดินไทย “อาบยาพิษ” ต่อไปในอนาคต... เพื่อเป็นมรดก ให้ลูกหลาน ก่นด่ากันหรือไม่...

วันนี้คนไทยต้องพร้อมใจ...ส่งเสียงถึง “อธิบดีกรมวิชาการเกษตร” และ “รมว.เกษตรฯ” ว่า ...ท่านมีความจริงใจให้กับเกษตรกรและคนไทย ...มากน้อยแค่ไหน

ได้เวลาที่จะกำจัดสารพิษอันตราย ออกไปจากประเทศไทย ... แล้วหรือยัง??

*************