สงครามการค้าที่ร้อนระอุยังเป็นตัวกดดันตลาดหุ้นไทย

Blog Single

โบรกเกอร์ยังมีมุมมองการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์วันนี้เป็นกลางถึงลบ ภาพใหญ่ถูกกดดันจากปัญหาสงครามการค้า และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง ทำให้ไม่มีกลุ่มนำตลาด กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนียังเป็น Sidaeways อยู่ที่ 1,720-1,730 โดยวานนี้สหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดา เม็กซิโก และ EU ขณะที่ทั้ง 3 กลุ่มประเทศก็ประกาศตอบโต้สหรัฐด้วยมาตรการทางภาษีเช่นเดียวกัน

ด้านตลาดน้ำมันกลับมาลดลง เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลต่อการผลิตน้ำมันดิบที่สูงขึ้นของสหรัฐซึ่งล่าสุดมียอดการผลิตในเดือนมี.ค.ที่ระดับ 10.47ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนทิศทาง Fund Flow คาดยังไหลออกกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยแต่น่าจะลดลงจากวันก่อนหน้า เนื่องจากผ่านพ้นช่วงการปรับพอร์ตตามน้ำหนักของ MSCI ไปแล้ว

 

บล.กรุงศรี แนะนำกลยุทธ์การลงทุน : Selective buy

กลุ่มรับเหมา และ นิคมฯ การเมืองเริ่มชัดเจน, ภาครัฐดำเนินนโยบายขาดดุลไปอีก 3ปี

กลุ่มผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว (Bottom out) อาทิ CPF BANPU TKN และ EPG

คาดหุ้นเข้า SET50 : KTC, DELTA, TOA, GLOW, BGRIM หุ้นออก SET50 : KCE, SAWAD, PSH, BCP, CBG

หุ้นแนะนำวันนี้ : BANPU (ปิด 20.6 ซื้อ/เป้า 28 บาท) ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ราคาถ่านหินยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่มีปัจจัยลบจากการควบคุมของภาครัฐ ขณะที่ Valuation ค่อนข้างถูกมี PE Ratio ต่ำเพียง 8 เท่า