หนึ่งแลกห้า!

Blog Single

ทำเอาพุทธศาสนานิกชน ... ลืมข่าวการเมือง ลืมความเคลื่อนไหวม็อบอยากเลือกตั้ง ไปเสียสนิทเลยจริงๆ

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ บิ๊กหมู” พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) บุกจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด

แต่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญ จนกล่าวขวัญกันทั้งบ้านทั้งเมือง คงหนีไม่พ้น ภาพตำรวจ บก.ป. บุกเข้าควบคุมตัวอดีตพระพุทธะอิสระ หรือชื่อในฐานะฆราวาส คือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา คดีอั้งยี่ซ่องโจร และคดีปลอมพระปรมาภิไธย ในขณะที่ยังจำวัดอยู่ในกุฏิวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม จนถูกวิจารณ์ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ

คิดดูขนาด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. รวมถึง “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรียังต้องออกมาขอโทษขอโพยอดีตพระชื่อดัง ที่เคยร่วมกิจกรรมกับ กปปส. แถมยังตำหนิชุดจับกุม “พุทธอิสระ” ว่า ปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุ

จะว่าไปก่อนหน้านี้ อดีตพระชื่อดังก็เดินทางไปสอบถามความคืบหน้า ถึงคดีความของตนเอง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เป็นระยะ ๆ คำถามคือ ทำไมช่วงนั้น บรรดาผู้รักษากฎหมายหน่วยงานต่าง ๆ กลับไม่ควบคุมตัว เพิ่งมาคิดจับกุมพุทธะอิสระในช่วงนี้ ทำให้เกิดคำถาม และเสียงวิจารณ์ในด้านลบ อย่างต่อเนื่อง

แต่ที่ถูกตีความ และนำมาสู่การวิเคราะห์ของหลายคน คงอยู่กับประเด็นที่ว่า ในวันเดียวกันนอกจากจะมีการควบคุมตัวพุทธะอิสระ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ยังแบ่งสาย ไล่จับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 ราย ประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

2.พระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา 3.พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ 4.พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

ที่น่าตกใจมากกว่านั้น จากการตรวจสอบหลักฐานในวัดต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ยังพบความผิดปกตินอกจากการใช้งบประมาณเผยแพร่พระพุทธศาสนา ที่เรียกกันติดปากว่า “เงินทอนวัด” แล้วยังพบบัญชีเงินฝากส่วนตัวของพระชั้นผู้ใหญ่ สูงในระดับร้อยกว่าล้านบาทโฉนดที่ดินของฆราวาสจำนวนมาก อยู่ในกุฏิของพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า เกี่ยวข้องกับการรับจำนองโฉนดที่ดิน หรือออกเงินกู้ด้วยหรือไม่

มิหนำซ้ำ สื่อหัวสี” หลายสำนัก ยังเผยแพร่การให้ปากคำของสีกา ที่เคยทำประกอบอาชีพ หมอนวดแผนโบราณ” เล่าความสัมพันธ์ในระดับลึกซึ้ง กับพระบางรูป ถึงขั้นเสพเมถุน เรียกว่าใครอ่านข่าวนี้ คงแทบไม่มีใครอยากเชื่อว่า จะมีเรื่องฉาว ๆ เช่นนี้เกิดขึ้นจริง

หรือการจับกุมพุทธอิสระ และการดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ ในคดีเงินทอนวัดซึ่งถือเป็นปฏิบัติการลับ เลือกทำในวันเดียวกัน เป็นความตั้งใจของผู้มีอำนาจในรัฐบาล ไม่ให้เกิดข้อเปรียบเทียบ ไม่ให้มีข้อครหาเรื่องสองมาตรฐาน เพราะที่ผ่านมามักมีการปล่อยภาพ ผู้ยิ่งใหญ่ภายใต้รหัส 3 ป. ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ ,พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไปร่วมกิจกรรมที่วัดอ้อน้อย

ยิ่งเมื่อตำรวจบุกจับพระชื่อดัง ที่เข้ารวมกิจกรรมกับแกนนำ กปปส. ซึ่งมักถูกวิจารณ์ว่า ช่วยสร้างเงื่อนไขให้ คสช. รัฐประหาร โดยอ้างว่า ทำตามยุทธวิธี เพราะมีข่าวว่าพระชื่อดัง มีการ์ดติดอาวุธคอยคุมกันดูแลอยู่ นำมาสู่ความสะใจของฝ่ายตรงข้าม ยิ่งช่วยสร้างความชอบธรรม ให้กับการดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่รูปอื่น ๆ ไม่ต้องถูกครหาเรื่องสองมาตรฐาน

ยิ่งที่ผ่านมา ใครก็รู้ว่า มีนักการเมืองบางพรรค และภรรยาอดีตนายกฯ บางคน ชอบวิ่งเข้าหาพระชั้นผู้ใหญ่ จนถูกมองว่า ดึงผู้ทรงศีลเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง แถมยังถูกเชื่อมโยงเรื่องคดีความต่าง ๆ ถึงต้องบอกว่า ปฏิบัติการชำระล้างวงการผ้าเหลืองครั้งนี้ ต้องบอกว่า “คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม” ยิ่งได้รับไฟเขียวจาก ผู้มากบารมี” เรียกว่าใครขวางมีสิทธิ์ซวย

*************

“ระฆังแก้ว”