จุดยืนกองทัพ!

Blog Single

เรียกว่า เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองครั้งสำคัญ ที่ทำให้มูลค่าการยอมรับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพิ่มสูงขึ้นไปอีก เพราะเป็นการแสดงท่าทีของผู้นำเหล่าทัพ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา “พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าว ถึงบทบาทของกองทัพ หลังนายกฯ มีทีท่าจะเล่นการเมือง พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า แน่นอน ทางกองทัพก็ยังเป็นเครื่องมือของรัฐบาลอยู่แล้ว การสนับสนุนรัฐบาลเป็นหน้าที่หลักของกองทัพ

เมื่อถูกนักข่าวถามย้ำว่า บทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มชัดเจนในการลงเล่นการเมือง เพราะดึงตัวอดีตนักการเมืองเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาล กองทัพยังคงสนับสนุนอยู่หรือไม่  พล.อ.ธารไชยยันต์ ย้ำว่า เรายังสนับสนุนรัฐบาลและผู้นำรัฐบาลอยู่

แค่นี้ก็พอมองออกแล้วว่า บรรดานักการเมืองค่ายต่างๆ จะเลือกยืนอยู่ข้างไหน แม้ไม่จำเป็นต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่มี “นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีเดินเกมอยู่เบื้องหลัง แต่การเลือกเดินอยู่ในเส้นทางเดียวกัน เพื่อสนับสนุนหัวหน้า คสช. ให้กลับเข้ามานั่งเก้าอี้นายกฯ อีกครั้งหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นหนทางที่หลีกหนีไม่พ้นจริงๆ ยิ่งได้ฟังท่าทีของผู้นำเหล่าทัพ

แม้จะมีคนบางกลุ่มพยายามสร้างเงื่อนไข ปลุกประชาชนให้ออกมาต่อต้านรัฐบาลในช่วงเดือนพฤษภาคม ภายใต้แคมเปญ “อยากเลือกตั้ง” หวังปลุกกระแสให้เหมือนเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬปี 35” ขึ้นมาอีกรอบ แต่ก็จุดไม่ติด แม้จะมีแกนนำพรรคการเมืองใหญ่ คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังก็ตาม เนื่องจากปัญหาสำคัญคือ บรรดานักเคลื่อนไหวหลายคนมีคดีความติดตัวอยู่ เลยไม่กล้าเล่นบทห้าวเป้ง

ถึงต้องบอกว่า การเดิมเกมการเมืองของ "พล.อ. ประยุทธ์” ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ที่ผ่านคงศึกษาความล้มเหลวจากนายทหารหลายคนที่เข้ามาทำงานการเมือง ดูว่าแต่ละคนประสบความสำเร็จและล้มเหลวอย่างไรบ้าง ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถนำพารัฐนาวา ให้อยู่มาได้จนถึง 4 ปี

บางคนอาจคิดว่า รัฐบาลมีอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ที่ใช้จัดการปัญหาอะไรก็ได้ แต่ประเทศไทยใครก็รู้ว่า ถ้าประชาชนไม่ยอมรับ เห็นว่า ไม่มีความชอบธรรม ต่อให้ใช้กฎหมาย หรือมาตรการพิเศษขนาดไหน ก็ไม่สามารถต้านทานพลังประชาชนได้ เหมือนอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 14 ตลาฯ 16  ,พฤษภาทมิฬปี 35 ,ต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง

มิหนำซ้ำ ที่กลายเป็นผลดีของรัฐบาลคือ ภาคประชาชนถูกแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย ไม่ได้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน เหมือนอดีตที่ผ่านมา มีทั้ง นปช. กปปส. กลุ่มพันธมิตรฯ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พวกไม่ต้องการเลือกตั้ง สนับสนุนให้ พล.อ. ประยุทธ์อยู่ต่อ เลยทำให้แรงต่อต้านรัฐบาล ไม่มีพลังพอสมควร ประกอบกับกระแสหวาดกลัว “ระบอบทักษิณ

แต่ที่หลายคนอยากรู้ว่า นายทหารที่เดินเกมการเมืองให้หัวหน้า คสช. เป็นใครบ้าง ถึงทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่น ตามข้อมูลวงในระบุว่า แต่ละคนล้วนแต่มีฝีมือและทรงพลังจริงๆ

เริ่มตั้งแต่ 1. “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ผบ. ) ที่ได้รับคาดหมายว่า จะได้การแต่งตั้งเป็น “ผบ.ทบ.” ในอนาคต ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก “พล.อ.ประยุทธ์” แถมยังมีตำแหน่งเป็นประธานบอร์ดกองสลากฯ ที่ต้องบอกว่า เป็นท่อน้ำเลี้ยงที่ทรงพลัง หากต้องนำรายได้จากการขายหวยรัฐไปทำกิจกรรมด้านต่างๆ

หลายครั้งจะเห็นภาพ “บิ๊กแดง” ไปรวมในวงหารือกับนักการเมืองหลายครั้ง และมีข่าวว่า บุคคลซึ่งว่าที่ ผบ.ทบ.ให้ความเคารพ ก็ไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง เชื่อว่าคงเตรียมการไว้ เพื่อสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์” ให้กลับมาเป็นนายกฯ ภายหลังการเลือกตั้ง

2. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 กองทัพบก ซึ่งถือเป็นเพื่อนรักของนายกฯ และเป็นบุคคลที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไว้วางใจมากคนหนึ่ง มีบทบาทในการเดิมเกมการเมืองหลายเรื่อง โดยเฉพาะการดึงกลุ่มต่างๆ มาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์

3. พล.อ.อ.จิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม ซึ่งแม้จะเป็นนายทหารที่ดูเหมือนเงียบๆ แต่ก็ได้รับมอบหมายภารกิจลับในหลายเรื่อง เอาเป็นว่า ถ้าไม่แน่จริง คงไม่ได้อยู่ใน ครม. ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

ถึงต้องบอกว่า ทั้งท่าทีและจุดยืนกองทัพ และลองไล่ไปดูประสิทธิภาพ มือทำงานให้กับ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็ต้องบอกว่า แต่ละคนเข้าขั้นพระกาฬแทบทั้งสิ้น เมื่อเป็นอย่างนี้ก็คงเดากันไม่ยากแล้วใช้ไหมว่า ใครจะมีโอกาสนั่งเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ของเมืองไทยมากที่สุด

“ระฆังแก้ว”