ตัวการงาบ เงินคนจน

Blog Single

กลายเป็นรอยด่างของรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา   กับตรวจพบการทุจริตในโครงการช่วยเหลือที่ศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  ซึ่งจะพูดตามภาษาชาวบ้าน  ก็ต้องบอกว่า เป็นเงินที่ช่วยเหลือคนยากคนจน

... เอาเป็นว่า   เวลามีข่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปตรวจสอบที่ไหน  ก็มักพบว่า ความผิดปกติทุกพื้นที่อยู่ร่ำไป  จนหลายคนเชื่อว่า   คงมีขบวนการหาผลประโยชน์ กับงบประมาณ ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนเกินครึ่งประเทศแน่  จึงเริ่มมีคำถามตามาว่า    นอกจากข้าราชการแล้ว ยังมี “บิ๊กคนไหน”  เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย หรือเปล่า

ก่อนหน้านั้น “นายพุฒิพัฒน์เลิศเชาวสิทธิ์  ” ปลัดพม.และ “นายณรงค์ คงคำ ”รองปลัดกระทรวงพม.  ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง  กับการทุจริตเงินช่วยเหลือคนยากจน ถูกอิทธิฤทธิ์ของมาตรา 44  โดยอำนาจของหัวหน้าคสช. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ทำงานอยู่

และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  “นางนภา เศรษฐกร ” อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงพม. แถลงว่า จากการที่ พส.ได้จัดทีมลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ฯได้มีการสั่งย้ายหัวหน้าหน่วยงานออกจากพื้นที่มายังส่วนกลางแล้ว 16 แห่งคาดว่า ภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้จะทราบผลการพิจารณาฐานความผิด

แต่ที่ประเด็น และยังค้างคาอยู่ในความรูสึกของประชาชน  คงหนีไม้พ้น  ความเคลื่อนไหวของ“พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์” เลขาธิการป.ป.ท. ซึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่คณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการทุจริตในโครงการช่วยเหลือที่ศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่ง ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม   เมื่อเร็วๆนี้

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบหลักฐานการทุจริตเบิกจ่ายเงินครบในปี 60 เป็นเงินจำนวน 1.7 ล้านบาท มีผู้เสียหายเป็นชาวบ้าน จำนวน 564 รายในพื้นที่ 10 อำเภอ พบมีการทุจริต เบิกจ่ายเงินชาวบ้านไม่ครบตามกำหนด แต่มีการเบิกจ่ายเงินจากรัฐจริง มากสุดพบในพื้นที่ อ.นาหว้า มากถึง 270 ราย และ อ.นาทม จำนวน 140 ราย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานเอาผิดตามกฎหมาย

สำคัญมากกว่านั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีหลักฐานบุคคลภายนอกมาเกี่ยวข้อง พร้อมมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่ชาวบ้านแอบบันทึกไว้เป็นหลักฐานหลัง มีผู้อำนวยการสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม มีการพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อให้ชาวบ้านยืนยันว่าได้รับเงินจริง ถือว่า เป็นการสนับสนุนการกระทำผิด ซึ่งจะมีการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

เอาละ ..แม้วันนี้ รมว.พม.คนปัจุบันจะชื่อ “พล.อ.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ”  แต่ก่อนหน้านั้น บุคคลที่เข้ามาดูแลหน่วยงานสำคัญ ที่กำลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว  เกี่ยวกับการใช้งบประมาณช่วยเหลือคนยากคนจน ชื่อ  “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.  อดุลย์ แสงสิงแก้วซึ่งปัจจุบันถูกโยกให้ไปดำรงตำแหน่ง “รมว.แรงงงาน ”   ซึ่งถูกวิจารณ์ว่า ความผิดปกติของการใช้งบประมาณ น่าจะเกิดขึ้นในช่วง  ที่พล.ต.อ.อดุลย์ดูแลกระทรวงพม.อยู่

ยิ่งที่เป็นคำถาม และหลายคนกำลังตามหาคำตอบคือ  หลังจากป.ป.ท. .ลงไปตรวจสอบที่จ.นครพนม  กลับพบความผิดปกติถึง 10 อำเภอ   ซึ่งพฤติกรรมคือ มีการการทุจริตการเบิกจ่ายเงินชาวบ้านไม่ครบตามกำหนด ...ต้องไม่ลืมว่า จ.นครพนม เป็นบ้านเกิดพล.ต.อ. อดุลย์

แถมยังมีข่าวว่า เกือบทุกสัปดาห์รมว.แรงงงาน ลงตรวจราชการในพื้นที่บ้านเกิดเป็นประจำ   แต่ทำไมถึงไม่พบความผิดปกติ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณ ช่วยเหลือคนยากคนจน ของพม.   ทั้งๆที่เคยเป็นผู้บริหารสูงสุด ดูแลหน่วยงานนี้

ก็ต้องบอกกันตรงๆถ้าวันนี้มีพรรคฝ่ายค้าน  เรื่องทุจริตการใช้งบของพม. คงถูกนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมี “บิ๊กอู๋”  ตกเป็นเป้าในการถูกถล่มแน่ๆ  เพราะพูดในแง่ความรับผิดชอบทางการเมือง   รมว.แรงงงานคงหนีไม่พ้นจริง

บางทีเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” อาจต้องตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญ   เลือกตัดอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต เพราะดูความอื้อฉาวเกิดขึ้นแล้ว  ต้องมีฝ่ายการเมืองรับผิดชอบจริงๆ

“ ระฆังแก้ว ”