นักการเมืองมีเสียว เหตุเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะ ทุลักทุเล!

Blog Single

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ดูจะเป็นกลไกสำคัญสำหรัการเมืองไทย ไปเสียแล้ว หลังจากที่มีการปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2540 เป็นต้นมา ที่โอนอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมด จากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ไปสู่หน่วยงานใหม่ ในนามองค์กรอิสระที่ชื่อว่า “สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง” โดยทำหน้าที่คล้าย ๆ กรรมการในสนามฟุตบอล มี แจกใบเหลือง ใบแดง และแทคติกกลไกสารพัดรูปแบบ เรียกว่าเป็นหน่วยงานที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน

มาถึงวันนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องถูก “เซ็ตซีโร่” ใหม่ ตามกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการนำเสนอรายชื่อ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่ ที่คิดว่าจะผ่านฉลุย แต่..ก็ถูกสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตีรายชื่อทั้งหมดตกไป ด้วยเหตุผลว่าไม่เคยมีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้งมาเลย

ขณะที่ กกต.ชุดเก่า ที่พูดง่าย ๆ ว่า “รักษาการ กกต.” หรือรอวัน “เสื่อมสภาพ” ไปตามอายุ ที่คนใหม่อีก 7 คนจะมาทำหน้าที่แทน ซึ่งคร่าว ๆ ตามกระบวนการคือไม่เกิน 200 วัน ท่ามกลางความกังขาว่า 7 กกต.ชุดใหม่ ต้องทำงานทันที ไม่มีเวลาเรียนรู้งาน

แต่ระหว่างทางในห้วงเวลานี้

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ในวันที่ 7 ส.ค. นี้

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ในวันที่ 8 ก.พ.62

รวมถึงตำแหน่ง ... เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็จะต้องเริ่มกระบวนการสรรหา ตามปฏิทินของกรรมการสรรหา นั้นภายในวันที่ 1มิถุนายน 2561 จะต้องมีเลขาฯคนใหม่ โดยจะมีการเสนอให้ที่ประชุม กกต. พิจารณาในวันที่ 8 พฤษภาคม 2561  

ก็ยังดูเป็นเรื่องวุ่น ๆ อยู่ว่า กกต. ที่ไร้หัว-ไร้หาง-ไร้ทิศทาง ในการจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี (การเลือกตั้งท้องถิ่น) และ การเลือกตั้งใหญ่ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร) ในช่วงต้นปีหน้า ในฐานะ “องค์กรอิสระ” ที่ผู้คนคาดหวังแสดงฝีไม้ลายมือในการปราบทุจริตการเลือกตั้ง ได้หรือไม่

แต่อยู่ๆ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ชุดปัจจุบัน ได้ออกมาสร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย เมื่อเขาได้ประกาศตัวอย่างเป็นทางการโดยการยื่นใบสมัครเป็น “เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง” โดยให้เหตุผลว่า “ขอเป็นเรือเล็กที่ประคองเรือลำใหญ่ เพราะฉะนั้นทุกอย่างถือว่าลงตัวที่สุดในเชิงทางออก กกต.ใหม่จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะจะมีคนรู้เรื่องคอยดูแล และ กกต.ชุดหน้า ก็จะมาเป็นปลาน้ำเดียวกัน ตนก็จะถอยไปเป็นอีกสปีชีส์หนึ่งที่ต่ำกว่า คือ แมงกะพรุนที่อยู่ในทะเลเดียวกันได้”

หาก...นายสมชัย ได้รับการพิจารณาจาก กกต. ให้มาเป็น “เลขาธิการ กกต.” เท่ากับว่า อาจจะเหลือ กกต.ทำหน้าที่เพียง 3 คนในปีนี้ และ 2 คนในช่วงต้นปีหน้า นับเป็นวิกฤติใหญ่ขององค์กรอิสรรแห่งนี้ทีเดียว... 

ดังนั้นจึงมีหลายฝ่ายอดที่จะแสดงความเป็นห่วงเป็นใยไม่ได้ว่าการเลือกตั้งสนามใหญ่ ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2562 นั้นจะ ทุกลักทุเล ขนาดไหน เพราะหากการสรรหาคณะกรรมการ กกต. 7 คน เกิดมีปัญหาขึ้นมาอีก ก็ต้องดำเนินการใหม่อีก ก็จะกินเวลายืดเยื้อไปอีก จนอาจจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง ให้มีความบริสุทธิ ยุติธรรม ได้ขนาดไหน และดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุนี้ จะเข้าทางฝ่ายใด

แต่ไม่มีปัญหา เพราะ นายกฯ ลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.) มีไม้เด็ด ที่ถูกแย้มออกมาแล้ว นั่นคือ การใช้อำนาจเด็ดขาดในมือ มาตรา 44 ในการปลด โยกย้าย แต่งตั้งบุคลากร เข้ามาทำหน้าที่ หากมีเงื่อนไขของ เวลา–ความรู้ ความสามารถของบุคคล ที่ถูกแต่งตั้งว่าจะทำการจัดการเลือกตั้ง ได้อย่างบริสุทธิ ยุติธรรม...หรือไม่อย่างนั้น ยังสามารถจะใช้อำนาจพิเศษแต่งตั้งบุคคลากรเดิม ให้ทำหน้าที่ต่อไปโดยไม่ต้องอิงกฎหมายเก่า ก็สามารถทำได้  โดยอำนาจพิเศษนี้ หากใช้โดยเงื่อนไขที่ดีมาบรรจบกัน สังคมยอมรับได้ อาจจะเป็นช่องทางที่ดีอีกช่องทางหนึ่ง การเมืองไทยยังคงเดินหน้าต่อไปได้

แต่การจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศเป็นงานใหญ่ กับมือใหม่หัดขับแบบนี้ ดูสภาพแล้วจะ “ทุลักทุเล” ขนาดไหน ไม่อยากคิดถึงเลย

****************