ดับฝัน “เจ้าแม่ กทม.”

Blog Single

แม้จะมีข่าวว่าแกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาปลอบประโลม “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ที่คนคุ้นเคยเรียกกันติดปากว่า “เจ๊หน่อย” ด้วยถ้อยคำหวานๆ ทำนองว่า “ยังมีลุ้นกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค” และถือเป็นแคนดิเดทสำคัญที่จะได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากพรรคต้นสังกัดรวบรวมเสียงข้างมากได้

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มักสวนทางกับความเพ้อฝันของคนบางกลุ่มอยู่เสมอ ถามว่าข่าวสารทำนองว่า บรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทยสายเหนือและสายอีสาน ไม่พอใจบทบาทของคุณหญิงสุดารัตน์ และไม่เห็นด้วย หากต้องเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติจริงๆ หรือ

ยิ่งช่วงข่าวถูกปล่อยออกมา เป็นห้วงเวลาที่ “นายทักษิณ ชินวัตร” และ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” สองอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสถานะเป็นถึงนักโทษหนีคดี เดินสายบินมาป้วนเปี้ยนใกล้กับประเทศไทย จากนั้นก็มีบรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทยแห่แหนไปขอเข้าพบและมีกระแสข่าวต่อต้านนักการเมืองหญิงฉายา “สวยแต่เจ็บ” ขึ้นมาทันที

จริงๆ ใครก็รู้ว่า หนทางที่ “คุณหญิงหน่อย” เคยได้รับการยกให้เป็น “เจ้าแม่ กทม.” จะก้าวขึ้นมาผู้นำถือธงพรรคการเมือง ที่มีฐานเสียงอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ถูกปิดตายมานานแล้ว หลังจากมีข่าวว่า “คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร” บางคนเรียกกันติดปากว่า “คุณหญิงอ้อ” อดีตภริยาของนายทักษิณ ไม่ปลื้มนักการเมืองหญิงท่านนี้ นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย  หลังจากมีข่าวซุบซิบในแวดวงของคนที่ติดตามการเมือง ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้

แม้ว่าเจ้าแม่ กทม.จะส่ง “น.ต.ศิธา ทิวารี” และ “น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” สองนักการเมืองหนุ่มคู่ใจ ไปรับใช้ใกล้ชิด “โอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ แต่ก็ไม่ได้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้ดีขึ้น เพราะความเชื่อของ “นายหญิง” แห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า ยากที่จะลบล้างได้ง่ายๆ

แม้กระทั่งในช่วงมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างนั้น “พรรคเพื่อไทย” เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มี “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี มีข่าวว่า “คุณหญิงสุดารัตน์” มีความปรารถนาอยากจะลงสมัครรับเลือกตั้งชิงเก้าอี้ผู้บริหารดูแลเมืองหลวง แต่กลับมีข่าวว่า น้องสาวคนเล็กของนายทักษิณไม่เห็นด้วย

จนทำให้ “พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ” ยอมตกกระไดพลอยโจน ก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ “ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร” ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ไป ซึ่งปรากฏการณ์ครั้งนั้น ก็ถือเป็นสัญญาณที่ส่งให้เห็นแล้วว่า “เครือญาติชินวัตร” ไม่ปลื้มกับบทบาทของเจ้าแม่ กทม.

ถึงต้องบอกว่า บรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทยสาย กทม. ที่ห้อมล้อม “คุณหญิงสุดารัตน์” อย่าไปฝันถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี  เพราะพอมีข่าวว่า กระแสการสรรหาบุคคลที่จะถือธงนำพรรคเพื่อไทย และมีสิทธิ์ลุ้นกับกับการช่วงชิงตำแหน่งผู้นำประเทศ

จากนั้นก็มีข่าวความเคลื่อนไหวจาก “นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์” น้องสาวนายทักษิณ ซึ่งต้องการผลักดัน “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” ลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพราะช่วงสัมผัสเก้าอี้ผู้นำประเทศครั้งแรก ก็ถูกต่อต้านจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ อยู่ในตำแหน่งได้ไม่ถึง 2  เดือน พูดง่ายๆ ว่า “เจ๊แดง” คงต้องการให้สามี แก้มือในตำแหน่งผู้นำประเทศอีกครั้ง

เท่ากับผู้หญิงที่มีบทบาทสำคัญสำคัญในพรรคเพื่อไทย ไล่ตั้งแต่คุณหญิงอ้อ เจ๊แดง และ น้องปู ไม่มีใครปลื้มกับบทบาทคุณเจ้าแม่ กทม.ซักรายเดียว แล้วถามว่า จะต้องหาพลังจากไหนมาสนับสนุนให้ตัวเองฝ่าฟันไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

หรือถึงเวลาแล้ว “เจ้าแม่ กทม.” ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ หลังจากมีข้อเสนอของสมาชิกในก๊วน ที่เคยเสนอให้แยกตัวไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ หวังสร้างอำนาจต่อรองกับ “พรรคเพื่อไทย” และขั้วอำนาจใหม่ เพราะเห็นว่า พรรคเพื่อไทยมักถูกต่อต้านจากคนเมืองและชนชั้นกลาง ด้วยผลงานการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และอยู่ภายใต้การชี้นำของ “ระบอบทักษิณ”

จากนี้ไปคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ “คุณหญิงสุดารัตน์” หลังจากถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังมีข่าวงจากสื่อบางสำนักถ่ายทอดคำพูดของ “นายทักษิณ” ที่ปากบอกกับผู้ที่ไปหาเขาในต่างแดนอยู่บ่อยครั้งเองเลยว่า...เรื่องหน่อย (คุณหญิงสุดารัตน์) มีคนเอามาเล่าให้ฟังเยอะ จนชื่อ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ปรากฏเป็นข่าวว่า จะเข้ามาดูแลพรรคเพื่อไทย

คงไม่แปลกจริงๆ ถ้าจะบอกว่า สภาพของ “เจ๊หน่อย” ในวันนี้ ตกอยู่ในสภาพ นักการเมืองก็ไม่ยอมรับ กองทัพก็ไม่เชื่อถือ เหลือแค่ชื่อเสียงที่รอวันโรยรา หรือรอเธอจะไปสร้างบ้านหลังใหม่

“ระฆังแก้ว”