คิงเพาเวอร์ทุ่ม 14,000 ล้านซื้อ โครงการมหานคร บางส่วนแล้ว เตรียมเปิดดิวตี้ฟรี อีกแห่ง

Blog Single

ปิดดีลใหญ่ก่อนสงกรานต์ คิง เพาเวอร์ ทุ่ม 14,000 ล้าน ซื้อโครงการมหานครในส่วนของโรงแรม จุดชมวิว และอาคารร้านค้า พร้อมเปลี่ยนชื่อตึกเป็น “คิง เพาเวอร์มหานคร” ชูเป็นแลนด์มาร์กรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่อยอดธุรกิจ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น  “คิง เพาเวอร์มหานคร” เปิด ดิวตี้ฟรีในเมือง อีกแห่ง รองรับนักท่องเที่ยว

          นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้รับโอนสินทรัพย์ ที่ได้ซื้อจากบริษัทเพซ โปรเจควัน จำกัด (PP1) และ เพซ โปรเจคทรี จำกัด(PP3) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในวงเงินรวมราว 14,000 ล้านบาท แยกเป็นเม็ดเงินซื้อทรัพย์สิน 12,000 ล้านบาท และค่าSuccess Fee อีก 1,200 ล้านบาท โดยได้ทำรายการเสร็จสมบูรณ์แล้วทั้งการจ่ายเงินและการรับโอนสินทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วย ห้องชุดของโรงแรมบางกอกเอดิชั่น(เครือแมริออท) ซึ่งอยู่ในอาคารชั้น 1-20 จำนวน 155 ห้อง และ จุดชมวิวบนอาคารมหานคร หรือสกาย ออบเซอร์เวชั่น เด็ค(Sky Observation Deck) ห้องจัดสัมมนา ที่อยู่บนตึกมหานครชั้น 74-77 นอกจากนี้ยังรวมทั้งอาคารและที่ดินของตึกมหานคร คิวบ์ ที่เป็นอาคารร้านค้าไลฟ์สไตล์ โดยคิง เพาเวอร์จะเข้าครอบครองสินทรัพย์ทั้งหมดดังกล่าว และเปลี่ยนชื่อตึกมหานครเป็น “คิง เพาเวอร์มหานคร”

นายอัยยวัฒน์ กล่าวว่า ตึกมหานครเป็นตึกที่สวยและสูงที่สุดในประเทศไทย มีจุดชมวิวที่ทันสมัยเทียบกันเหมือนกับมหานครเมืองหลวงแห่งอื่นๆของโลกมี โดยสามารถมองเห็นกรุงเทพฯได้รอบทิศทั้ง 360 องศา ซึ่งเป็นมุมมองกรุงเทพฯที่สวยงามมาก โดยจุดนี้สามารถทำสกายบาร์รองรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาชมวิวได้และที่สำคัญจุดชมวิวบนตึกที่สูงที่สุดของประเทศไทยแห่งนี้ จะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพมหานครในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

“ปัจจุบันธุรกิจของคิง เพาเวอร์รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งในส่วนของร้านค้าปลอดภาษีและโรงแรม ซึ่งการเข้าซื้อทรัพย์สินในครั้งนี้ ถือเป็นทรัพย์สินที่ดีที่บริษัทได้มีการลงทุน เพราะสามารถนำมาขยายศักยภาพและต่อยอดธุรกิจในกลุ่มของคิง เพาเวอร์ได้อย่างดี โดยเฉพาะเรามีจำนวนนักท่องเที่ยวในมือมากพอที่จะนำพาไปใช้บริการในตึกมหานครได้ ระยะเวลาคืนทุนน่าจะอยู่ที่ 10 ปีขึ้นไป โดยคิง เพาเวอร์ มีแผนจะขยายร้านค้าปลอดภาษี Duty Free ในเมืองเพิ่มอีกแห่งในตึกมหานครนี้ด้วย ซึ่งน่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว”

นายอัยยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเรสซิเด้นซ์ห้องชุดพักอาศัย เดอะริทซ์-คาร์ลตัน ที่อยู่ในโครงการมหานครของเพซที่เหลืออยู่ 53 ห้องนั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่คิง เพาเวอร์ อาจจะมีการ เจรจาซื้อขายกันในระยะต่อไปได้ อย่างไรก็ตามดีลการซื้อขายในครั้งนี้ ก่อนที่จะเสร็จสมบูรณ์ ได้ใช้เวลาในการเจรจามาสักพักหนึ่งแล้ว ซึ่งถือเป็นดีลการซื้อขายที่ win-win ทั้งคู่ เพราะเพซเองก็จะมีสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้นมาบริหารจัดการโครงการและธุรกิจในส่วนอื่นๆต่อได้

สำหรับ โครงการมหานครถือเป็นโครงการมิกส์ยูส ขนาดใหญ่ของเพซ มูลค่าโครงการกว่า 22,000 ล้านบาท ที่ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการตึกสูงในกรุงเทพฯ ที่มีจุดขายที่เป็นตึกสูงที่ออกแบบทันสมัยและสูงที่สุดในประเทศ ประกอบไปด้วยห้องชุดพักอาศัยซุปเปอร์ลักชัวรี่ ภายใต้การบริหารจัดการของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส ราคาขายต่อยูนิตสูงถึง 45-600 ล้านบาท ภายในโครงการยังประกอบด้วย โรงแรม จุดชมวิวบนอาคาร รวมถึงอาคารไลฟ์สไตล์ รีเทล ที่รวบรวมร้านอาหารและร้านค้าและบริการชื่อดังระดับโลก

“ตึกนี้ถ้าปีหนึ่งมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวได้ประมาณ 2 ล้านคน ค่าใช้จ่ายในการชมวิวคละ 500 บาท รายได้จะดีกว่า ค่าเช่าด้วยซ้ำ” แหล่งข่าวจากคิง เพาเวอร์ รายหนึ่งระบุ