ชี้คนไทยกว่า 34 ล้านคนได้รับอันตรายควันบุหรี่มือสอง

ชี้คนไม่สูบบุหรี่กว่า 34  ล้านคน ได้รับควันบุหรี่มือสอง แถม 2ใน 5ของนักสูบ ยอมรับเคยสูบบุหรี่ในบ้าน  วอน พ่อ แม่ ไม่สูบให้ลูกเห็น เพราะมีผลต่อพฤติกรรมเลียนแบบสูบตาม

  ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดกิจกรรมเสวนา เรื่อง “หยุดทำร้ายครอบครัวด้วยบุหรี่” เนื่องในโอกาสวันครอบครัว 14เมษายน 2561ที่กำลังจะมาถึง เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่ที่มีต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนในครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมและทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง

นางพรสม เปาปราโมทย์ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นกิจกรรมสำคัญ ซึ่งอยู่ในช่วงใกล้วันครอบครัว 14เมษายน การให้ความใส่ใจด้วยการให้ความรัก การดูแลช่วยกันด้านเศรษฐกิจลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และช่วยกันดูแลเรื่องสุขภาพของคนในครอบครัวถือเป็นเรื่องสำคัญ การไม่สูบบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ครอบครัวสามารถแสดงความรักต่อกันได้อย่างใกล้ชิดเพราะไม่มีกลิ่นบุหรี่ติดตัวและช่วยให้คนในครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง ที่ผ่านมาพบว่า 2ใน 5ของผู้สูบบุหรี่ มีการสูบบุหรี่ในบ้าน ในจำนวนนี้ร้อยละ 27.8สูบบุหรี่ในบ้านทุกวัน เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อบุหรี่เฉลี่ย 565บาทต่อเดือนหรือ 6,780บาทต่อปี และจากการสำรวจค่าใช้จ่ายครัวเรือน ปี 2560พบว่า ค่าใช้จ่ายในการบริโภคบุหรี่เพิ่มขึ้นจาก 12,759ล้านบาทในไตรมาสสามของปี 2559เพิ่มเป็น 13,536ล้านบาท ในไตรมาสสามของปี 2560หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1จะเห็นได้ว่าการสูบบุหรี่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ในครอบครัวตามมาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกถึงความรัก การไม่มีเงินออม มีหนี้สิน รวมทั้งการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว

พ.ญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นการส่งเสริมให้คนในครอบครัวเลิกบุหรี่ โดยรับฟังข้อคิดเห็น ประสบการณ์ สามารถนำไปเป็นแนวทางในการเลิกบุหรี่และช่วยให้คนที่เรารักเลิกบุหรี่ในเดือนแห่งครอบครัว ควันบุหรี่ทำให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลในครอบครัว โดยการสูดดมบุหรี่มือสอง ซึ่งเป็นควันบุหรี่ที่ผู้สูบพ่นออกมา และควันบุหรี่ที่ลอยจากปลายมวนบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีบุหรี่มือสามที่เกิดจากอนุภาคละอองไอสารเคมีที่เป็นพิษจากควันบุหรี่ที่ตกค้าง เกาะติดอยู่ตามเส้นผม ผิวหนัง เสื้อผ้าของผู้สูบและวัสดุในบ้านที่สัมผัสผู้สูบ เช่น ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าม่าน พรม เบาะ หรือติดค้างตามช่องแอร์ ซึ่งจะคงอยู่ได้นานหลายชั่วโมงแม้ว่าควันบุหรี่จะจางหายไปนานแล้ว ซึ่งทารก เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุดในการรับพิษที่ก่อมะเร็ง จากข้อมูลการศึกษาของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข และ สสส. พบว่า มีคนที่ไม่สูบบุหรี่ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่นสูงถึง ร้อยละ 72.6หรือคิดเป็นประชากรจำนวนกว่า 34ล้านคน ที่ได้รับควันบุหรี่จากผู้ที่สูบบุหรี่

 

ดร.นพ. บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (สำนัก 1) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 3ล้าน 3ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน ซึ่งดำเนินการมาเป็นปีที่ 2แล้ว “การหยุดทำร้ายครอบครัวด้วยบุหรี่” และการส่งเสริมให้คนในครอบครัวเลิกบุหรี่มีสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะบุหรี่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูบเองและคนในครอบครัวอย่างมาก จากการสำรวจโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ 8คน และสมาชิก

ในครอบครัวผู้ที่สูบบุหรี่ 4คน อายุระหว่าง 25-79ปี ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสองแห่ง พบว่า มีผู้สูบ 5คนที่สูบวันละ 1ซองหรือมากกว่า ผู้สูบบุหรี่และคนในครอบครัว มีโรคทางกายที่เป็นผลจากการสูบบุหรี่ 7คน โดย 1คนเป็นมากกว่า 1โรค เช่น โรคทางเดินหายใจ 7คน (ถุงลมโป่งพอง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ภูมิแพ้ หอบหืด) มะเร็งรังไข่ 1คน ความดันโลหิตสูง 2คน และ ไขมันในเลือดสูง 2คน นอกจากนี้ คนใกล้ชิด เช่น สามี ภรรยา บุตร บางคนก็มีโรคที่เกิดจากควันบุหรี่ เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง (1คน) เครียด เป็นทุกข์ที่คนในครอบครัวสูบบุหรี่จนเจ็บป่วย แต่ไม่ยอมเลิก (1คน) ญาติผู้สูบทั้ง 4คนรู้สึกเหม็น รำคาญ หายใจไม่สะดวก และ มี 1คนที่ถึงกับทะเลาะกับผู้สูบเพราะการสูบบุหรี่

“ที่น่าเป็นห่วงมากคือการสูบบุหรี่มีผลต่อการเริ่มสูบบุหรี่ของคนในบ้านคือ มี  1ราย เริ่มสูบเพราะพ่อแม่ให้ทำยาเส้นให้ และอีกรายเริ่มสูบเพราะพ่อแม่ให้ลูกไปต่อบุหรี่กับไฟมาให้ และอีก 2รายที่มีลูกสูบตามพ่อแม่  อย่างไรก็ตามผู้สูบบุหรี่ทุกคนทราบดีถึงอันตรายของควันบุหรี่มือสอง จึงพยายามปกป้องครอบครัวและคนใกล้ชิดโดยการไม่สูบบุหรี่ในบ้านหรือที่สาธารณะ ในขณะที่ตนเองยังไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ จากข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าการสูบบุหรี่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และ พฤติกรรมการเลียนแบบการสูบบุหรี่ในครอบครัวด้วย  จึงอยากเรียกร้องให้ผู้สูบบุหรี่ไม่สูบในบ้านหรือถ้าเลิกสูบได้เลยจะดีที่สุด” รองผจก. กองทุน สสส. กล่าว