“ทิชา” จี้ “บิ๊กป้อม”ลาออก ยันประชาชนจับตาดูอยู่

Blog Single

“ทิชา” ยื่นหนังสือ จี้ ปปช.อย่าซื้อเวลา กรณีนาฬิกาหรู 30ล้านบาท หลัง“บิ๊กป้อม”ส่งคำชี้แจง ทันเดทไลน์ จากที่ขอเลื่อนถึง 4ครั้ง ชี้ความล่าช้าคือความอยุติธรรม เตือนอย่าเดินทางเสื่อม ขอประชาชนร่วมจับตา ยืนยัน บิ๊กป้อมต้องลาออก

ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สนามบินน้ำ  นางทิชา  ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน  อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)เข้ายื่นหนังสือถึง พลตำรวจเอกวัชรพล  ประสารราชกิจ  ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เพื่อเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตามกฎหมายกับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  กรณีครอบครองนาฬิกาหรูมูลค่ากว่า 30ล้านบาท ทั้งนี้ ได้มีการชูป้ายข้อความ เพื่อสะท้อนต่อ ป.ป.ช. อาทิ “ความล่าช้าคือความอยุติธรรม” “ปปช. ต้องเที่ยงธรรม”  “ประชาชนรอคำตอบผงซักฟอกหรือตราชั่ง” โดยนางทิชาได้เขียนข้อความ ซึ่งพลเอกประยุทธ  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ในวันต่อต้านคอรัปชั่น ว่า“คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” ทั้งนี้มีนายสุทธิ  บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ ป.ป.ช.เป็นผู้แทนรับหนังสือ

นางทิชา  กล่าวว่า จากกรณีนาฬิกาหรู 25 เรือน มูลค่ามากกว่า30 ล้านบาท ที่รองนายกฯประวิตร ไม่แจ้งป.ป.ช. ตามกฎหมาย ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยอ้างว่าเป็นนาฬิกาที่ยืมเพื่อน ต่อมาเลขาธิการ ป.ป.ช.ได้ช่วยอธิบายว่าถ้าทรัพย์นั้นเป็นของเพื่อน ไม่ต้องแจ้งป.ป.ช. จากนั้น 31มกราคม ที่ผ่านมา รองนายกฯประวิตร ประกาศผ่านสื่อว่า จะลาออกถ้าประชาชนไม่ต้องการ หลังจากนั้นไม่กี่นาที ประชาชนได้แสดงความไม่ต้องการพลเอกประวิตรผ่านทาง change.orgถึง 80,018 รายชื่อ ภายใน16วัน แต่จนถึงตอนนี้รองนายกฯประวิตร ก็ไม่ลาออกตามที่ลั่นวาจา และหลังจากรองนายกฯประวิตร ส่งคำชี้แจงมายังป.ป.ช.แล้วในเวลา16.30น. ของวันที่ 15มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการขอเลื่อนส่งคำชี้แจงต่อ ป.ป.ช. เป็นครั้งที่ 4ก็ยังไม่ปรากฏความชัดเจนว่า ป.ป.ช. จะเชิญพลเอกประวิตร  มาชี้แจงด้วยตนเองหรือไม่  หรือจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ในขณะที่สังคมเคลือบแคลงสงสัยการทำงานของ ป.ป.ช. ในกรณีนี้เป็นอย่างมากและขอเรียกร้องให้ประชาชนจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

นางทิชา กล่าวด้วยว่า ยังยืนยันเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต่อประชาชนเช่นเดียวกับการให้ประชาชนมีหน้าที่ต่อรัฐ การวางกลไกป้องกัน ตรวจสอบและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่เข้มงวด เด็ดขาด เพื่อมิให้ผู้บริหารปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองหรือใช้อำนาจตามอำเภอใจตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ระบุไว้ในหมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ตามมาตรา 50(10) ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ และประกอบกับ มาตรา 63 รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจาก การทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน  และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริม ให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครอง จากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงยืนยันให้พลเอกประวิตร ลาออก