หนุนคนไทยใช้จักรยานช่วยประหยัดเงินค่าน้ำมัน

Blog Single

กระทรวงคมนาคม-สสส.-สถาบันการเดินและการจักรยานไทย ร่วมจัดประชุมการเดินและการใช้จักรยานครั้งที่ 6 จุดประกายใช้จักรยานเชื่อมการเดินทางสาธารณะ ผลการศึกษาชี้หากอำนวยความสะดวก “จุดจอดจักรยาน” สนใจใช้เดินทางมากขึ้นถึงร้อยละ 70 แถมใช้จักรยานแทนรถยนต์สัปดาห์ละ 1 วัน ช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้เฉลี่ย 5,200 บาท/คัน/ปี

ที่อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกระทรวงคมนาคม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และสถาบันการเดินและการจักรยานไทย จัดประชุมการส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “เปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยเดิน จักรยาน เพื่อส่งเสริมสุขภาพคนและเมือง : Mode Shift , Bike and Walk to Public Transport Connection” โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและปาถกฐาพิเศษ “เปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยเดิน จักรยาน เพื่อสุขภาพคนและเมือง”

นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า การส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานในวิถีชีวิตประจำวัน เป็นหนึ่งในเป้าหมายในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง นอกจากได้ประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ยังเป็นการแก้ไขปัญหาในมิติอื่นๆ ด้วย อาทิ มิติด้านสังคม การใช้จักรยานในการเดินทาง เป็นเครื่องมือในการสร้างสัมพันธ์ในชุมชน เกิดความรู้สึกกันเอง ใกล้ชิด และช่วยสลายความเป็นชนชั้น กรณีศึกษาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่กลุ่มคนทุกชนชั้นใช้จักรยานเป็นยานพาหนะไปทำงานและเป็นกิจกรรมพักผ่อน ในด้านเศรษฐกิจพบว่า ค่าใช้จ่ายครัวเรือนในการเดินทางและยานพาหนะคิดเป็นร้อยละ 19 ดังนั้นหากใช้จักรยานแทนการใช้รถยนต์เพียงสัปดาห์ละ 1 วัน คนไทยจะประหยัดค่าน้ำมันได้เฉลี่ย 5,200 บาท/คัน/ปี  ด้านสิ่งแวดล้อม การใช้จักรยานระยะสั้นช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภาคขนส่ง ซึ่งเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยพบว่า ในปี 2558 ประเทศไทยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวน 254 ล้านตัน (เฉลี่ย 3.75 ตันต่อคนต่อปี) โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 1.6 ซึ่งมาจาก ภาคการขนส่งร้อยละ 28.2

รศ.ดร.วิโรจน์  ศรีสุรภานนท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธาได้เก็บข้อมูลเบื้องต้นเพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมการเดินทางเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าด้วยจักรยาน ที่สถานีแยกติวานนท์ และสถานีวงศ์สว่าง ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงพบว่า ประชาชนใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางมากถึง ร้อยละ 40 ใช้บริการรถไฟฟ้า เพียงร้อยละ 13 มีคนเดินและใช้จักรยานร้อยละ 10 และ 8 ตามลำดับ เพื่อไปทำงาน ไปธุระต่างๆ ที่เหลือเดินทางด้วยรูปแบบอื่นๆเช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง มอเตอร์ไซค์ส่วนตัว รถประจำทาง รถสองแถว ปัจจุบันนี้มีการใช้จักรยานเดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้าเพียง ร้อยละ 30 แต่หากมีจุดจอดที่สถานี และละแวกบ้าน สนใจจะใช้มากขึ้นถึงร้อยละ 70

ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิสถาบันการเดินและการจักรยานไทย  กล่าวว่า “ฝุ่น PM 2.5 นี้มีขนาดเล็กมาก สามารถทะลุทะลวงเข้าไปได้ถึงขั้วปอดข้างใน จึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ได้มาก และจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ  ฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้มีต้นกำเนิดมาจากหลายต้นตอ เขม่าควันจากรถยนต์ทุกชนิด เผาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขยะหรือไม่ ควันออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งจากการทำอาหาร ฯลฯ ทั้งในเขตเมืองและชานเมือง และ ณ ปัจจุบันเรายังไม่รู้เลยว่าต้นตอหลักนั้นคืออะไร หากเราจะรอผลงานวิจัยไปอีก 5 ปีเพื่อจะรู้ได้ชัดเจนว่าอะไรคือสาเหตุหลักและมุ่งเน้นความพยายามรวมทั้งงบประมาณไปแก้ปัญหานั้น ก็คงจะสายเกินไป และประชาชนคงไม่ยอม  สิ่งที่ทำได้ตอนนี้อย่างง่ายๆ และหลายคนสามารถมีส่วนร่วมทำได้ คือ เปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง  มาเดินและใช้จักรยานไปเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ”