คว่ำชื่อ 7 กกต. แม้ไม่กระทบโรดแมป แต่อาจจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง

Blog Single

พลันที่  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โหวตคว่ำ 7 คณะกรรมการเลือกตั้ง ที่มาจากการสรรหา โดยอ้างเรื่องไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานด้านการเลือกตั้งมาก่อน ส่งผลให้ต้องมีการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 200 วันถึงจะได้ กกต. ชุดใหม่ ส่งผลให้หลายคนกังวลว่าจะทำให้เกิดการเลี่อนเลือกตั้งออกไปอีก

โดยที่ผู้ถูกเสนอชื่อจากกรรมการสรรหา และถูก สนช. โหวตคว่ำไปทั้ง 7 คนประกอบไปด้วย  ศ.ดร.เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตน โกสินทร์ นางชมพรรณ์ พงษ์เจริญ สุธีรชาติ ที่ปรึกษากฎหมายบริษัท วรวิสิฏฐ์ จำกัด และหัวหน้าสำนักงานกฎหมายสุธีรชาติ นายประชา เตรัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

ส่งผลให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เปิดแถลงข่าวทันทีว่า  ในฐานะกรรมการสรรหาได้พิจารณาคุณสมบัติของบุคคลทั้ง 7 อย่างดีที่สุด ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อถึงมือ สนช. ต้องตรวจเรื่องของจริยธรรมและความประพฤติ ด้วย จึงไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของ สนช. เพราะตนเป็นกรรมการสรรหา จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

เขายืนยันว่าไม่มีสัญญาณหรือใบสั่งมาจาก คสช. หรือจากใคร ในการไม่ให้ความเห็นชอบดังกล่าว ที่สำคัญการไม่เห็นชอบ กกต. ครั้งนี้ ไม่กระทบกับโรดแมปการเลือกตั้ง เพราะ กกต. ชุดเดิมยังทำหน้าที่ได้

ส่วนกระบวนการสรรหาใหม่ 5 คนแรก จะใช้กรรมการสรรหาชุดเดิม และเริ่มกรอบเวลาสรรหา 90 วันทันทีนับจากวันนี้ ส่วน 2 คนที่มาจากความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ก็มีกรอบเวลา 90 วันเช่นกัน

นายพรเพชรยอมรับว่า หนักใจ อยากให้คนที่มีคุณสมบัติที่ดี มีความรู้ มีจริยธรรมมาสมัครมาก ๆ จึงเตรียมเสนอที่ประชุมกรรมาการสรรหา ให้ขยายเวลารับสมัครเพิ่ม และขยายช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มอาชีพอื่น เช่น พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ที่ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปีขึ้นไป มาสมัครด้วย เพราะที่ผ่านมาจะมีเฉพาะข้าราชการ และทนายความซึ่งไม่หลากหลาย และเมื่อเจอคุณสมบัติที่สูง เช่น ต้องเป็นอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการ มาไม่น้อยกว่า 5 ปี คุณสมบัติก็ไม่ถึง ส่วนวิธีการเชิญมาเป็นนั้น  ยังไม่กล้าทำ เนื่องจากเกรงว่าไปชวนมาแล้ว สนช. กลับไม่เห็นชอบ จะทำอย่างไร

ส่วนที่ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นเกม ยื้ดการเลือกตั้งออกไปหรือไม่นั้น เมื่อไปตรวจสอบดูขัั้นตอน 200 วัน ที่จะดำเนินการใหม่นั้น นายสมชัย ศรีสุทธิยากร 1 ในกรรมการ กกต. ที่ถูก “รีเซต” กล่าวผ่านบีบีซี.ถึงการที่ สนช.คว่ำรายชื่อ 7 กกต.ชุดใหม่ จะไม่ส่งผลกระทบต่อ โรดแมพ เลือกตั้งทั่วไป ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงต้นปี 2562  "ขอยืนยันว่าไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง เพราะ กกต. ชุดปัจจุบันทำหน้าที่ได้ทุกอย่าง รวมถึงจัดการเลือกตั้ง โดยตำแหน่งเราไม่ได้เป็น 'รักษาการ' แต่เป็น 'กกต. ที่มีอำนาจเต็ม' แต่ที่น่าห่วงคือการได้มาซึ่ง กกต. ชุดใหม่จะล้ำเกินไปจากโรดแมปเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ ซึ่งผมประเมินว่ากว่าจะมี กกต. ชุดใหม่ก็ประมาณ 200วัน หรือราวเดือน ก.ย." นายสมชัยกล่าว

นายสมชัย ระบุว่า ภายใน 20วัน จะต้องตั้งคณะกรรมการสรรหา กกต. ชุดใหม่ :จากนั้น ภายใน 90วัน  กระบวนการรับสมัครและสรรหา : ต่อมา ภายใน 45วัน  กระบวนการพิจารณาของ สนช. : และ ภายใน 15วัน  บุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็น กกต. ตามมติ สนช. ลาออกจากตำแหน่งเดิม : สุดท้าย ภายใน 30 วัน  กระบวนการทูลเกล้าฯ ให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

จะเห็นได้ว่า กระบวนการในการดำเนินการสรรหา กกต.ชุดใหม่ ทั้ง 7 คน แม้จะดูว่าไม่กระทบกับการเลือกตั้งเพราะมี คณะกรรมการ กกต.ชุดปัจจุบัน และข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ดำเนินการได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือ 7 กกต.ชุดใหม่ จะมีเวลาเพียงพอที่จะเข้ามาวางแผนงานใหม่ ๆ เพื่อทำการจัดเตรียมการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยเฉพาะการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ปราศจากเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งได้จริงหรือไม่