อีสานโพล สะท้อน ความพ่ายแพ้ของ คสช. ใครต้องรับผิดชอบ....?

Blog Single

มองสนามเลือกตั้งผ่าน อีสานโพล บทพิสูจน์ความล้มเหลวชอง รัฐบาล คสช. หลังจากที่ได้ใช้เวลามะงุมมะงาหรา เพื่อที่จะร่าง “กติกา” เพื่อสกัดกั้นพรรคการเมือง และ นักการเมือง บางจำพวกที่ถูกกล่าวหามาตลอดว่าไร้ซึ่ง “ธรรมาภิบาล” - “ทุจริต” – “ทำเพื่อพวกพ้อง” เป็นที่ตั้ง แต่ อีสานโพล ล่าสุดที่ออกมานั้น ถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ได้หรือไม่ และ ใคร ?...ต้องรับผิดชอบ

ภายหลังจากที่ อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเสนอผลสำรวจเรื่อง “คนอีสานกับการ (จะได้) เลือกตั้ง” โดย ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพลเปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นคนอีสานกับการเลือกตั้ง สส. ครั้งหน้า ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2561 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,161 รายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

ผลสำรวจพบว่ากลุ่มตัวอย่างคนอีสานส่วนใหญ่เห็นว่าเลือกตั้ง สส. ภายในปี 2561 เหมาะสมที่สุด โดยมีแนวโน้มจะเลือกนักการเมืองประสบการณ์สูง และนักธุรกิจประสบการณ์สูง มากกว่ากลุ่มอื่นๆ
 ที่สำคัญคือ มีเสียง “เห็นด้วย” มากกว่า “ไม่เห็นด้วย” กับการตั้งรัฐบาลผสมโดย 2 พรรคใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงนายกฯคนนอก คือ 46.3 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามประเด็นการตั้งรัฐบาลแห่งชาติโดย “เพื่อไทย – ประชาธิปัตย์ - คสช.” เสียง กลับมีเสียงเห็นด้วยน้อยกว่าคือ 43 เปอร์เซ็นต์

เมื่อถามถึงพรรคที่จะสนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ปรากฏว่า “พรรคเพื่อไทย” ยังมีคะแนนนิยมนำโด่งในเขตอีสาน คือ 39.7 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาเป็นพรรคทางเลือกอื่น 26.9 เปอร์เซ็นต์ พรรคประชาธิปัตย์ 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพรรคที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ได้เพียง 6.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่อีก 10 เปอร์เซ็นต์บอกไม่ไปเลือกตั้ง หรือไม่เลือกพรรคไหน

สำหรับผลการสำรวจ หรือ โพล นั้นแม้จะยังไม่เป็นการยืนยันชัดเจนแบบหวังผลได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ ก็มีทิศทางหรือแนวโน้มไปในลักษณะที่พอจะบ่งชี้ได้พอสมควร ดังนั้น รัฐบาล โดย คสช. และพรรคการเมืองต่าสงๆ มีการทำโพลเหมือนกันก็ไม่หนีห่างกันมากนักกับฐานข้อมูลเดียวกันนี้

แต่ทั้งหมดไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่จะประวิงเวลาในการจัดการเลือกตั้งออกไป ควรจะให้โอกาสประชาชน เป็นคนชี้ชะตาบ้านเมือง ตามที่ได้ตกปากรับคำไว้

แต่...อะไรที่ทำให้คะแนนความนิยม ของพรรคการเมืองบางพรรค ยังได้นำโด่งอยู่ในขนาดนี้ ? 

4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของ คสช. ได้สำรวจตัวเองถึงความพยายามที่จะให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงผ่านสื่อต่างๆ มากพอหรือยัง? ทั้งเรื่อง ข้อมูลข้อเท็จจริงในการทุจริต ประพฤติมิชอบ หลายเรื่อง รวมถึง มีการดำเนินการเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ทำได้มากน้อยขนาดไหน ประชาชนรับรู้รับทราบกันดีพอหรือไม่ เพราะบางเรื่องซับซ้อน บางเรื่องถูกนำไปบิดเบือน ที่สำคัญ บางเรื่อง คนไทยลืมง่าย 

ยังพอมีเวลาไม่มาก หากต้องแก้ไข รัฐบาลควรจะพิจารณา ทบทวนเรื่องทีมประชาสัมพันธ์ การพยายามจัดบุคลากรเพื่อเข้าไปให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงกับประชาชน ทั้งภาพใหญ่ และเฉพาะจุด เฉพาะที่ คนห่างไกลไม่สามารถจะเข้าถึงสื่อได้โดยง่าย หากผู้ที่ทำหน้าที่อยู่เดิมไม่สามารถทำได้ ในห้วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลสะท้อนความล้มเหลว ไร่้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง ที่จะสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ดังนั้นควรจะพิจารณาตัวเอง

ผู้นำรัฐบาลจะต้องกล้าตัดสินใจเปลี่ยนทีมงาน นำมืออาชีพเข้ามาทำแทน มิเช่นนั้นเลือกตั้งไปก็ได้สิ่งทีค่ คสช.ไม่พึงประสงค์ เข้ามาเหมือนเดิม