โรดแม็ปค้ำคอ ‘ลุงตู่’ ...ขอเวลาอีก (ไม่) นาน?

“เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน?”

บทเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” ดังแว่วกระทบโสตคนไทยอีกครั้ง

เมื่อโรดแม็ปเลือกตั้ง ถูกยื้อออกไปแบบเนียนๆ ผ่านพิธีกรรมในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

“เหล่านักลากตั้ง” ต่างชูมือกันสลอน โหวตลงมติก๊อกสุดท้าย ยืดเวลาประกาศใช้กฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปอีก 90 วัน

ก็เป็นอันว่าเดือนพฤศจิกายน 2561 ไม่มีเลือกตั้งแน่นอน ดีไม่ดีอาจเลยผ่านโรดแม็ปใหม่ “กุมภาพันธ์ 2562” ด้วยซ้ำไป

ส่วนนี่จะเป็นโรดแม็ปสุดท้ายหรือไม่... ก็ไม่มีอะไรมายืนยันได้

ข้าง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธทันควัน...ไม่ได้สัญยิงสัญญาว่า จะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่

กระนั้นวาทะของ “ท่านผู้นำ” ก็ถูกบันทึกไว้ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องเลือกตั้ง โดยเฉพาะสิ่งที่เคย “ให้คำมั่น” ไว้กับประชาชนคนไทย และขณะเดินสายตามเวทีโลก

ไล่เรียงดูจะพบว่า...

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 “พล.อ.ประยุทธ์” ได้เปิดเผยระหว่างการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองของไทย ว่าไทยเดินหน้าสู่ระบอบประชาธิปไตยตามแผนโรดแม็ปที่วางไว้ คาดว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งได้ในช่วงต้นปี 2559

วันที่ 28 กันยายน 2558 ระหว่างหารือทวิภาคีกับนายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ที่ “ยูเอ็น” เป็นกังวลพื้นที่ประชาธิปไตยไทยแคบลงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ประกาศออกมาว่า จะสามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้ภายในกลางปี 2560

วันที่ 26 มกราคม 2559 “พล.อ.ประยุทธ์” ให้สัมภาษณ์สื่อฯ ในประเด็นหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไร โดยนายกฯ ยืนยันว่า “กรกฎาคม 2560 ต้องมีเลือกตั้ง ถ้าไม่มีเลือกตั้งก็ไปสู้กันเอาเอง”

ต่อด้วย วันที่ 31 มีนาคม 2559 ได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Voice of America ว่าจะจัดเลือกตั้งกลางปี 2560 ไม่มีนอมินีลงชิงนายกฯ หมดอำนาจจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน

12 มิถุนายน 2559 นายกฯ กล่าวกับนายโทนี ตัน เค็ง ยัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งได้ในปี 2559

10 สิงหาคม 2559 แถลงผ่านทีวีพูล หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติว่า “กกต.จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันหรือ 5 เดือน ซึ่งก็คือช่วงปลายปี 2560 ยังคงเป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้”

22 กันยายน 2559 กล่าวกับที่ประชุมสมัชชา “ยูเอ็น” สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปตามโรดแม็ป ปลายปี 2560

5 มกราคม 2560 กล่าวกับโดมิกา พอตตี เอกอัครราชทูตแคนาดา ว่าจะมีเลือกตั้งต้นปี 2561

แต่ที่เป็นไฮไลต์ ก็คือ วันที่ 3 ตุลาคม 2560 “พล.อ.ประยุทธ์” ให้สัมภาษณ์หลังหารือ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า “ในปีหน้าเราจะประกาศวันเลือกตั้งออกมาโดยไม่มีการเลื่อนใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อประกาศแล้วก็จะมีขั้นตอนของการเลือกตั้ง คือ นับไปอีก 150 วันตามกฎหมาย จะประกาศเลือกตั้งปีหน้าแน่นอน”

วันที่ 10 ตุลาคม 2560 “พล.อ.ประยุทธ์” ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า “ประมาณเดือนมิถุนายน 2561 จะมีการประกาศวันเลือกตั้ง และประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561 จะมีการเลือกตั้ง”

เหล่านี้คือ คำมั่นสัญญานับครั้งไม่ถ้วนของคนระดับผู้นำประเทศ ซึ่งย้อนแย้งกับ “วาทะผู้นำ” ล่าสุด เมื่อนายกฯ ลุงตู่...ฮี่มๆ ใส่นักข่าวเมื่อโดนตั้งคำถามถึงการใช้เทคนิคข้อกฎหมาย เลื่อนเลือกตั้ง?!

“...ผมไม่ได้ไปสัญญาอะไร ผมสัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป ผมสัญญาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ยังมีปัญหาที่คนบางกลุ่มบางฝ่าย พยายามจะให้ทุกอย่างกลับมาเป็นแบบเก่า ดังนั้นขอให้เลือกเอาแล้วกันว่า จะเอาแบบผม หรือจะให้กลับมาที่เดิม”

เมื่อคำมั่นสัญญาที่มีต่อ ชาติมหาอำนาจ ประชาคมโลก และประชาชนคนไทย เป็นได้เพียงลมปาก ที่ลดเลี้ยวเคี้ยวคดไปตามจังหวะและสถานการณ์

จึงมิใช่แค่สะท้อนถึง “ความน่าเชื่อถือ” ในตัวตนของ “ผู้นำรัฐบาล” เท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึง “ความน่าเชื่อถือของประเทศไทย” ไปโดยปริยาย

หรือนี่จะกลายเป็นหนังม้วนเดิม ที่ฉายซ้ำๆ เหมือนเมื่อครั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติ “คว่ำ” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” นำมาสู่การเปิดโปงเบื้องหลัง เป็นเพราะ “เขาอยากอยู่ยาว”

ก็ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้น...ว่าอะไรเป็นอะไร?!!

..................

จากชนวนเหตุยื้อเลือกตั้ง ยืดเวลาคืนประชาธิปไตย โดยฝีมือหนึ่งใน “แม่น้ำห้าสาย” กำลังถูกจับตาว่าเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ทำให้ความอดทนของ “คนอยากเลือกตั้ง” มาถึงจุดสิ้นสุดแล้วหรือไม่

สถานการณ์เดียวกันนี้ ยังปรากฏ “แรงต้าน” ผุดขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง

ไม่ได้มีเพียงเสียงต่อต้านและความไม่พอใจจาก “ฝ่ายการเมือง” เท่านั้น หากแต่ยังกลายเป็น “ชนวนร้อน” ที่ปลุกเร้า ให้เกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มก้อนการเมืองภาคประชาชน ที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ คสช.มาตลอด 3 ปีเศษ ก็ได้จังหวะ “รุกเอาคืน” พากันออกมาปลุกระดม ทำกิจกรรมท้าทายอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ลามไปถึงตัวตนของผู้นำรัฐบาล

การเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านการเลื่อนเลือกตั้งและการสืบทอดอำนาจ ของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่มสตาร์ต อัพ พีเพิ่ล บริเวณสกายวอล์ก

คือ สัญญาณเตือน คสช. และรัฐบาล !!!

***************