ใช้ “โยคะ”เตรียมกาย-ใจให้พร้อมสำหรับผู้ดูแลคนพิการ

 “โยคะ”เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งในโครงการจัดการความรู้และส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างมีสติ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)   จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ดูแลผู้พิการในบ้านและในศูนย์ช่วยเหลือผู้พิการ ได้เรียนรู้และฝึกท่าบริหารร่างกายจากกระบวนการโยคะซึ่งจะช่วยผ่อนคลายและเป็นการออกกำลังกายไปในตัวสำหรับผู้ดูแลผู้พิการ

รสสุคนธ์ ซันจวน หรือ ครูเก๋ ผู้ฝึกสอนโยคะในโครงการฯ ซึ่งจบหลักสูตรโยคะสำหรับเด็กพิเศษ และโยคะเพื่อการบำบัดโดยเฉพาะ ของสหรัฐ อเมริกาและอินเดีย กล่าวว่า  ความสำคัญของโยคะอยู่ที่การรู้จักธรรมชาติร่างกายของตนเองและการเข้าใจหลักการของท่าโยคะต่างๆ แล้วสามารถนำมาปรับเป็นการทำโยคะที่เหมาะสมกับตนเองและได้ประโยชน์ตามจุดมุ่งหมาย โดยอาศัยการมีสติสังเกตความรู้สึกที่เกิดกับร่างกายและจิตใจและคอยปรับให้สมดุล หากมีความเข้าใจเช่นนี้แล้ว จะทำให้ผู้เล่นไม่กังวลกับความสวยงามของท่าและฝึกโยคะอย่างมีความสุข เมื่อต้องไปเล่นกับลูกหรือผู้พิการจะได้เข้าใจว่าขณะทำจะมีความรู้สึกอย่างไร และควรขยับลูกแบบไหนส่วนไหนเนื่องจากร่างกายเด็กผู้พิการมีข้อจำกัด  ท่าโยคะที่สอนส่วนมากเป็นท่าที่ช่วยเหยียดยืดและสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งพ่อแม่ผู้ดูแลต้องเลือกท่าที่เหมาะสมกับลูกไปใช้ เพราะเด็กแต่ละคนมีปัญหาต่างกัน   ไม่ใช่การรักษา แต่ช่วยบรรเทาอาการ เช่น ผู้ที่มีอาการเกร็ง ทำให้กล้ามเนื้อมีอาการยึด การทำโยคะจะช่วยให้คลายลงได้

ครูเก๋ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการสอนจะสอนให้ผู้เล่นจัดระเบียบร่างกาย และรู้จักการออกแรง ซึ่งทุกท่าที่สอนจะแฝงการมีสติ เพราะถ้าบอกให้มีสติบางคนไม่เข้าใจ ดูไกลตัวเหมือนธรรมะ จึงไม่ค่อยบอกให้มีสติ แต่คอยแนะให้สังเกตความรู้สึกของร่างกายและจิตใจระหว่างทำท่า

"การฝึกโยคะนี้ผู้ที่ได้ประโยชน์จริงๆ คือ พ่อแม่หรือผู้ดูแล เพราะการดูแลเด็กพิเศษและผู้พิการต้องใช้พลัง ใช้ความอดทนมาก ซึ่งการทำโยคะจะช่วยให้มีพลังทั้งด้านจิตใจและร่างกายที่แข็งแรง ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียด ความปวดเมื่อย อ่อนล้าต่างๆ  เป็นการเตรียมพร้อมร่างกายและจิตในการดูแลเด็กกลุ่มนี้" ครูเก๋ กล่าว

นางแดง (นามสมมติ) ผู้ปกครองที่เข้าฝึกโยคะที่ต้องดูแลลูกสาวผู้พิการทางสมองและการเคลื่อนไหว และเด็กพิเศษที่พ่อแม่นำมาฝากเลี้ยง กล่าวว่า ดูแลลูกสาวพิการบกพร่องทางสติปัญญาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นตลอดมากว่า 25 ปี ไม่ค่อยได้ไปไหน และบางครั้งก็จะมีผู้ปกครองเด็กพิเศษคนอื่นนำเด็กมาฝากไว้บ้าง เรื่องออกกำลังกายลืมไปได้เลย บางครั้งก็เครียดและระบายอารมณ์กับลูกหรือคนใกล้ชิดบ้าง สงสารลูก การเรียนโยคะวันนี้รู้สึกสบายตัว แต่ละท่าที่ครูสอนเป็นท่ายืดเหยียดง่ายๆ สามารถทำที่บ้านได้ ตอนเรียนไม่ได้จำชื่อท่าว่ามีอะไรบ้าง แต่ทำแล้วรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย เพราะปกติไม่มีเวลาออกกำลังกายจริงจัง  แค่ดูแลลูกที่พิการก็เหนื่อยแล้ว วันนี้ได้แนวคิดหลักการที่ถูกต้องจะกลับไปทำที่บ้านและปรับใช้กับลูกให้เขาได้เล่นได้ยืดเหยียดบ้าง และการฝึกให้มีสติช่วยให้เรายับยั้งชั่งใจได้ ไม่เผลอแสดงความหงุดหงิด ตอบโต้ หรือระบายความเครียดกับคนรอบตัว  ทำให้มีความสุขทั้งบ้าน