ไปถึงดวงดาวไหม? เมื่อ “บิ๊กตู่” ยอมรับสถานะ “นักการเมือง”

วันนี้ชัดแล้วว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ นักการเมืองป้ายแดงของประเทศไทย

ชัดเพราะ “บิ๊กตู่” ยอมรับเมื่อช่วงต้นปีว่า สถานะตัวเองได้เปลี่ยนไปแล้ว จาก “ทหาร” มาเป็น “นักการเมือง”

“ผมเป็นนักการเมืองที่อดีตเคยเป็นทหาร” เสียงนี้ยังก้องในหูนักข่าว แถม “บิ๊กป้อม” พี่ชายของ​ “น้องตู่” คีย์แมนสำคัญใน คสช. ก็ช่วยออกมาสำทับว่า น้องรักคนนี้คือ นักการเมืองหน้าใหม่

เป็นการขยับเขยื้อนที่น่าสนใจครั้งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” ปฏิเสธมาตลอดว่า ตัวเองไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นทหารที่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ และที่สำคัญ แสดงความรังเกียจเหล่านักการเมืองว่าเป็นตัวปัญหา

แต่ขณะนี้ “บิ๊กตู่” กำลังกำลังยอมรับสิ่งที่ตัวเองเคยมีอคติ ซึ่งในทางการเมืองถือว่า มีนัยสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะช่วงจังหวะเวลาที่เลือกจะพูดถึงสถานะใหม่

ถ้ายึดตามปฏิทินการเลือกตั้งที่ “บิ๊กตู่” ประกาศเอาไว้ว่า จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 นี้ เพราะฉะนั้น นี่ก็น่าจะเป็นขวบปีสุดท้ายของ คสช.และรัฐบาลแล้ว

เรารู้กันดีว่า มาตรา 272 ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับปัจจุบัน เขียนเปิดช่องให้มี “นายกฯ คนนอก” ซึ่งทั้งนักการเมือง และคนในสังคม พอจะรับรู้กันมาบ้างว่า เป็นการปูพรมเปิดทางไว้ให้กับคนชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

แรกๆ อาจมีเสียงจากนักการเมือง และนักเคลื่อนไหวว่า เป็นการต่อท่ออำนาจให้กับตัวเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ ดูเหมือนหลายฝ่ายพอจะเข้าใจได้ถึงความจำเป็นตรงนั้น

และเมื่อมีการพูดถึง “นายกฯ คนนอก” ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้าเมื่อใด ทุกคนต่างก็เข้าใจได้ทันทีว่า เป้าหมายคือ “บิ๊กตู่” นั่นเอง อย่าว่าแต่คนใกล้ชิดการเมืองที่อยู่ใน กทม.เลย แม้แต่ตาสี ตาสา ยายมา ตามี ที่อยู่กลางไร่ กลางนา ในต่างจังหวัด ก็รับรู้กันทั้งนั้น

ไม่ต้องดูอะไร เอาแค่ช่วงที่ บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ในต่างจังหวัด เพื่อไปรับฟังเสียงประชาชนตัวจริง เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ ซึ่งช่วงหลัง ๆ ก็จะบ่อยหน่อย ถึงขนาดกำหนดลงพื้นที่ทุกเดือน แถมมีประชุม ครม.สัญจร หรือการประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการอีก เราจะเห็นกันตลอดทุกครั้ง ทุกพื้นที่ ที่จะมีประชาชนเข้ามาห้อมล้อม ยังกับศิลปิน ดารา และมักจะได้ยินเสียงประชาชนตระโกนมาให้ได้ยินอยู่เสมอว่า “นายกฯ เป็นนายกฯ ไปนานๆ”      

ขณะที่ตัว “บิ๊กตู่” เอง มาถึงวันนี้ หลังบริหารประเทศมาร่วม 4 ปี เรียกว่าครบวาระการบริหารประเทศแล้ว ขนาดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะหาที่อยู่ครบวาระแบบนี้ได้ก็ลำบากไม่ใช่เล่น แต่ “บิ๊กตู่” ทำได้! ดังนั้นตอนนี้ก็ไม่ต้องมาเหนียมอายกันอีกต่อไปแล้ว

ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คือ นายทหารที่เข้าสงบศึกความขัดแย้งทางการเมือง ที่ทำประเทศติดหล่ม จนสามารถผงกหัวขึ้นมาได้บ้าง

และทุกคนก็พอเข้าใจได้ถึงเหตุผลที่ “ทหาร” ต้องยึดอำนาจ เพราะต้องการลดความสูญเสีย ภาพลักษณ์ของ “ทหาร” ในปีแรกดูมีความน่าเชื่อถือกว่า “นักการเมือง” ในสายตาประชาชน  ถ้าประกาศตนว่า เป็นนักการเมืองตั้งแต่ตอนนั้น อาจไม่ได้รับความไว้วางใจจนถึงวันนี้

แต่การที่ “บิ๊กตู่” เลือกช่วงเวลาของปีสุดท้าย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง และหลังจากบริหารประเทศมาแล้วร่วม 4 ปี โดยประกาศว่า ตัวเองเป็นนักการเมืองใหม่แกะกล่อง ก็ต้องถือว่าเป็นการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะ และทุกคนเริ่มรู้สึกคุ้นชินกับ ”นักการเมือง” ที่ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ไม่มีแรงเสียดทานอะไรออกมาเท่าไหร่หลังสิ้นเสียง “บิ๊กตู่” ประกาศออกมา

และอีกมุมหนึ่งการประกาศตัวก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสักระยะหนึ่งแบบนี้  ถือว่าดีและเป็นการเดินเกมที่ล้ำมาก มันดีกว่าการออกมาประกาศพรวดเดียวตอนที่มีการโหวตเลือกนายกฯ ในสภา เพราะอย่างน้อยก็ยังมีเวลาให้ประชาชนได้ตั้งตัว และทำใจกันบ้าง

จะว่าไปแล้ว ถ้าจะมองในแบบ “การเมือง” การที่ “บิ๊กตู่” ประกาศชัดเจนแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีและสมกับสิ่งที่นักการเมืองอาชีพเรียกร้องกันมาตลอด ที่เรียกร้องให้ประกาศออกมาให้ชัดด้วย ถือเป็น “ตัวเลือกใหม่” ให้กับประชาชน ที่น่าจะสามารถดึงคนกลางๆ คนรุ่นใหม่ ที่เบื่อกับการผูกขาดจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา อยากปรับเปลี่ยนการเมืองแนวใหม่กันบ้าง

เหมือนที่ “บิ๊กป้อม” ที่ตอนนี้ก็เริ่มชัดเจนตามน้องรักเหมือนกัน ชัดเจนกับการตอบคำถามสื่อ ที่แย็บถามถึงการเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรคเพื่อไทยในช่วงนี้ “บิ๊กป้อม” ตอบเสียงดังฟังชัดว่า “ก็เป็นพวกหน้าเก่าๆ ทั้งนั้น แต่เราต้องการการเมืองแบบใหม่ไม่ใช่หรือ !? และถ้าการเมืองแบบใหม่ แน่นอนนักการเมืองก็ควรจะเป็น  “หน้าใหม่” แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า “บิ๊กป้อม” ต้องการชี้ให้เห็นว่า “บิ๊กตู่” นี่คือ “นักการเมืองหน้าใหม่” ใช่หรือไม่ล่ะ !

ประเด็นคือ อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งก้าวมาเป็น นายกรัฐมนตรี ขึ้นสู่ปีที่ 4 ปี ก้าวย่างต่อไปจะไปถึงดวงดาว เพื่อก้าวเข้ามาเป็น นายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย สมัยที่สอง” หรือไม่

โซลาร์