วท.ชูธงใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และคน สร้างพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืน

ที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยจิสด้า ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอีกหลายหน่วยงานในพื้นที่จั ดงาน “มหกรรมนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิ จพิเศษภาคตะวันออก” หรือ “EECi แฟร์”

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิ ทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เล็งเห็นว่าการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพั ฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวั ตกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก จะเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งที่จะส่งเสริมให้ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทยเป็นศูนย์ กลางการค้า การลงทุน และกำลังคนของประเทศและภูมิภาค ให้สามารถตอบโจทย์ความต้ องการในการพัฒนาทุกมิติ ของประเทศได้อย่างแท้จริง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้สอดคล้ องกับนโยบายของรัฐบาลในส่ วนของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้ นนำของอาเซียน เพื่อส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ ออนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาด้านวิ ทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่ อการนำพาประเทศก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0

ในการพัฒนาพื้นที่ EEC เราไม่ได้จำกัดเป้าหมายแค่การพั ฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ด้านกฎหมายกฎระเบียบ และสิทธิประโยชน์ให้แก่ ภาคเอกชนเพื่อให้เกิดการลงทุนด้ านอุตสาหกรรมเท่านั้น หากแต่มีเป้าหมายที่สำคัญ คือ ประชาชนในพื้นที่จะต้องมีวิถีชี วิตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการยกระดับรายได้และมี ความเป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ท้าทายในการพั ฒนาพื้นที่ EEC คือการพั ฒนาภาคการเกษตรและการยกระดับคุ ณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะได้รั บผลกระทบจากการพัฒนา EEC มากที่สุดทั้งในส่วนของการใช้ ทรัพยากรน้ำ ดิน และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ ยนแปลงไป อันจะส่งผลให้เกิดปัญหาความเหลื่ อมล้ำและความไม่เป็ นธรรมจากการพัฒนา ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องสร้างการมี ส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพั ฒนาพื้นที่ EEC ให้มากที่สุดตั้งแต่เริ่มต้ นการดำเนินงาน ทั้งนี้ เพื่อหาจุดร่วมที่สมดุลในการพั ฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการลดความขัดแย้งที่ อาจจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

อย่างไรก็ตาม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตระหนักอยู่เสมอว่า อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ หรือ SKP เป็นพื้นที่นวัตกรรมใหม่ ในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิ เศษภาคตะวันออกที่มีระบบนิ เวศนวัตกรรมที่เหมาะสมที่จะช่ วยส่งเสริมให้เกิดการทำวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมร่วมกันระหว่างหน่ วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงชุมชนในพื้นที่ เพื่อช่วยยกระดับและพัฒนาอุ ตสาหกรรมการบิ นและอวกาศของประเทศ รวมถึงสร้างให้เกิดเป็นอุ ตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเป็นการเพิ่มขี ดความสามารถทางการแข่งขั นของประเทศไทยและอาเซียนให้เกิ ดขึ้นด้วย ทั้งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิ จภาคตะวันออกและในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เป็นการนำพาประเทศไปสู่ประตูแห่ งนวัตกรรม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิ ตของประชาชนในพื้นที่ด้ วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืนต่ อไปในอนาคต อันเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่จะขั บเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ ความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน ดร.สุวิทย์ กล่าว