กระดูกพรุนภัยเงียบ เสี่ยงกระดูกหักซ้ำซ้อน

โรคกระดูกพรุนภัยเงียบ สาเหตุสำคัญการเกิดกระดูกหักซ้ำซ้อนในผู้สูงอายุ แต่ป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดอาหารไขมันสูง งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่

สังคมไทยกำละงก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่ต้องพึงระวังมากที่สุดคือ เรื่องสุขภาพของผู้สูงอายุ  นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์  ระบุว่า ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนได้สูง พบในเพศหญิงร้อยละ 33 และเพศชายร้อยละ 20 ซึ่งโรคนี้เป็นภัยเงียบ เนื่องจากผู้ป่วยจะไม่มีอาการ แต่จะรู้เมื่อกระดูกหัก โรคกระดูกพรุนเกิดจากมวลกระดูกที่ลดลง และโครงสร้างกระดูกเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ความแข็งแกร่งน้อยลง เมื่อถูกแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยอาจทำให้กระดูกหักได้ง่ายขึ้น โรคกระดูกพรุนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถทำให้กระดูกหักได้ ซึ่งเกิดได้ทั้งข้อมือ หลัง และสะโพก แต่กระดูกสะโพกหักจะทำให้เกิดอันตรายและมีอัตราการตายสูง สามารถป้องกันได้โดยการออกกำลังกาย เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ เพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม กุ้งแห้ง ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งตัว ถั่วต่างๆ เต้าหู้ งาดำ ผักใบเขียว ได้แก่ ผักโขม คะน้า ชะพลู ใบยอ ลดอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากไขมันจะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ นอกจากนี้ควรปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสม มีแสงสว่างเพียงพอเพื่อป้องกันการลื่นล้ม และการเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ได้จัดทำโครงการรู้ทันกันหักซ้ำ เป็นโครงการดูแลรักษาผู้ป่วยสูงอายุที่มีกระดูกสะโพกหักเพื่อป้องกันการเกิดกระดูกหักซ้ำซ้อนจาก  โรคกระดูกพรุน ด้วยการดูแลครบวงจรจากบุคลากรทางการแพทย์ เช่น ศัลยแพทย์ด้านกระดูกและข้อ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด เป็นต้น และยังมีการให้ความรู้แก่ประชาชน เช่น การเสริมสร้าง  เนื้อกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็ก การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่อง Bone Densitometry การดูแลสุขภาพช่องปาก การใส่ฟันเทียมทดแทนให้แก่ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน  การใช้เครื่องมือวิเคราะห์การทรงตัวเพื่อป้องกันการหกล้ม รวมทั้งแนะนำการออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง