บทสัมภาษณ์ที่อาจจะไม่ปกติ “บากบั่น-รวิฐา”

ความพยายามกดดัน เรื่องสัมปทานร้านค้าปลอดอากร และ การบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่หน่วยงานอย่าง บริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอโอที เป็นผู้บริหารและกำลังจะหมดสัญญาลงในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะมีการเปิดประมูลใหม่ครั้งใหม่ในปีนี้ กลายเป็นประเด็นร้อนของสื่อบางสำนักตั้งแต่ต้นปี 2561 กันเลยทีเดียว นับเป็นการรายงานข่าวที่อาจจะ“ไม่ปกติ” ซักเท่าไหร่

อาจจะไม่ปกติ เนื่องจาก“ฐานเศรษฐกิจ”และ “สปริงนิวส์” กลับกลายเป็น “คู่ขัดแย้ง” กับหน่วยงานและบริษัทที่ได้รับสัมปทานดังกล่าว เพราะมีเหตุฟ้องร้องกันหลายคดี

อาจจะไม่ปกติ เนื่องจาก “ฐานเศรษฐกิจ” ซึ่งมีการผลิตรายการทีวี. โดย “บากบั่น บุญเลิศ” นำคู่ขัดแย้งอย่าง “รวิฐา พงศ์นุชิต” อดีตข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากร ที่เคยถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการออกมาแถลงข่าวตีความ ในคดีขายหุ้น ผ่านธุรกรรมที่ซับซ้อน ของ “ดร.ทักษิณ ชินวัตร” กับกลุ่ม “เทมาเส็ก” จำนวน 7.3 หมื่นล้านบาท โดยไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่สตางค์แดงเดียว ซึ่งที่สุดศาล ได้ตัดสินออกมาไม่เป็นไปตามถ้อยแถลงของ “รวิฐา พงศ์นุชาติ” แต่อย่างใด เหตุใดนำคนเคยตีความข้อกฏหมายผิดพลาด มาออกรายการข้างเดียว

อาจจะไม่ปกติ เนื่องจากข้อซักถาม และคำตอบ ช่วงหนึ่ง...ที่ดูเหมือนว่า จะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงดังนี้

บากบั่น : หลายคนตั้งคำถามเหมือนกัน ทำไมชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ จึงเชิญคุณรวิฐา ซึ่งเป็นคู่กรณีโดยตรงมาพูดคุยนะครับเราพยายามติดตาม พยายามติดต่อ ทาง เอโอที. แต่ไม่ได้รับการประสานงานโดยตรง นะครับ ไม่สามารถเข้ามาร่วมรายการได้ ทุกคนก็ตั้งคำถามว่าคุณรวิฐา อาจจะเป็นตัวแทนของ ล๊อตเต้ หรือเปล่า ที่มาต่อสู้เรื่องนี้ ความจริงเป็นอย่างไร

รวิฐา : ดิฉันเป็นนายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรแห่งประเทศไทย มีสมาชิกหลากหลาย ไม่ใช่มีล๊อตเต้ ดิฉันไม่ได้ทำให้ล๊อตเต้ เพราะสิ่งที่ดิฉันร้องขอ คือจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะ..(เน้นเสียง) ซึ่ง (มีเสียง บากบั่น แทรก : .ใครก็ได้ เข้าไปทำธุรกิจนี้ได้) ผู้ประกอบการ ไม่ว่าไทย ไม่ว่าเทศ ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ที่ได้รับอนุมัติจากกรมศุลกากร ย่อมมีสิทธิที่จะใช้จุดส่งมอบสินค้าสาธารณะนี้ได้ ทุกคน ทุกร้าน ทุกแห่ง แล้วดิฉันถามคุณบากบั่น กลับไปว่า การที่มีจุดส่งมอบ ขึ้นมา แล้วมีคนใช้อยู่รายเดียวเนี๊ยะ กับมีคนใช้ 10 ราย เอโอที จะมีรายได้เพิ่มขึ้นไหม

บากบั่น : อ๋อ แน่นอน ที่สุด มี 10 ราย ย่อมดีกว่า 1ราย ยกเว้นอย่างเดียว 1 ราย จ่ายเยอะกว่าปกติ

รวิฐา : อันนั้นก็เอาที่สบายใจแล้วกัน (บากบั่น-รวิฐา : หัวเราะร่วมกัน) ....

ที่ว่าฟังแล้วอาจจะไม่ปกติ เนื่องจาก

1.การทำหน้าที่ สื่อมวลชน ต้องให้โอกาสทั้ง 2 ฝ่ายได้เข้ามาชี้แจง นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และ หากจะบอกว่าได้มีการเชิญคู่ขัดแย้งอีกฝ่ายมาเข้ารายการจริง “บากบั่น บุญเลิศ” ในฐานะผู้ดำเนินรายการที่แสดงควมบริสุทธิ์ใจ จะต้อง“โชว์”จดหมายเชิญฝ่ายบริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอโอที กลางรายการ ว่าทำจดหมายเชิญไปวันไหน เวลาอะไร มีเลขรับหนังสือของส่วนราชการที่ถูกต้อง ใช่...ไม่ใช่?

ไม่เช่นนั้น อย่ามากล่าวอ้างทำให้ดูดีจะดีกว่า...ว่า ได้เปิดโอกาส ได้ติดต่อคู่กรณีอีกฝ่ายมาร่วมรายการแล้ว แล้วเขาไม่มาเอง

2.เรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการออกมาเรียกร้องของ “รวิฐา พงศ์นุชิต” เป็นการเปิดโอกาสให้เธอ จะชี้แจงปฏิเสธว่าการเคลื่อนไหวให้เปิดจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากร ไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อ ล๊อตเต้ นั้น มันเป็นเรื่อง จริง หรือ โกหก ... กันแน่

เพราะนักข่าวที่ดีจะต้อง “ทำการบ้าน” เรื่องนี้หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ “ไทยรัฐ” ตีพิมพ์ข่าวนี้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559มาแล้ว แฉกันจะ...จะ...

...รายชื่อการจดทะเบียนจัดตั้ง 4 บริษัท มีนัยเกี่ยวโยงถึงกันกับนางรวิฐา พงศ์นุชิต ได้แก่ บริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ไทยแลนด์) จำกัด ที่จะเข้ามาเปิดกิจการร้านค้าปลอดอาการในเมือง โดยเช่าใช้พื้นที่ในอาคารโชว์ ดีซี โดยพบว่าล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ไทยแลนด์) นั้น เป็นการร่วมทุนกัน 3 บริษัท คือ บริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (สิงคโปร์) พีทีอี ลิมิเต็ด บริษัท แอลแอนด์เอส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท โชว์ แอสเซท แมเนจเม้นท์ จำกัด

ซึ่ง 1 ใน 3 บริษัทที่ร่วมทุนกับ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ไทยแลนด์) คือ บริษัท โชว์ แอสเซท แมเนจเม้นท์นั้น มีชื่อ บริษัท เออีซี แคปปิตอล จำกัด ถือหุ้นอยู่ 99.99% ร่วมกับนายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ถือหุ้น 0.01% แล้วใน บริษัท เออีซี แคปปิตอลฯ ก็มีรายชื่อผู้ถือหุ้น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแรก บริษัท ภูตรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งมีชื่อนางรวิฐา พงศ์นุชิตถือหุ้น 22.50% นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ถือหุ้นใหญ่ 35% กลุ่มที่สองเป็นผู้ถือหุ้นคนไทย 4 ราย กลุ่มที่สามเป็นผู้ถือหุ้นชาวมาเลเซีย ขณะที่บริษัท โชว์ดีซี คอร์ป จำกัด ผู้ให้ บริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ไทยแลนด์) เช่าพื้นที่เปิดร้านค้าปลอดอากรในเมือง ก็มี บริษัท เออีซี แคปปิตอล จำกัด ถือหุ้นใหญ่อยู่ 50.99% ซึ่งมีบริษัท ภูตรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่มีชื่อของนางรวิฐา พงศ์นุชิต ถือหุ้น 22.50%

ทำไมพิธีกร จึงละเลยที่จะสอบถามประเด็นนี้ให้ชัดเจน ว่า การเข้าไปมี “หุ้น” แบบนี้จึงบอกว่าไม่เกี่ยวข้องอีก เพราะมีการแถลงข่าวหลายครั้งว่าจะใช้ศูนย์การค้าย่านพระราม 9ที่เพิ่งจะเปิดตัวใหม่ไปนั้น ใช้เปิดพื้นที่เป็น “ร้านค้าปลอดอากรในเมือง”ในนาม “ล๊อตเต้”

มีอะไรจุกปาก จุกลูกกระเดือกอยู่ จึงไม่ถามให้เคลียร์คัทชัดเจน การเคลื่อนไหวลักษณะนี้จะส่งผลโดยตรงต่อ “ล๊อตเต้” ในการจะเข้ามาทำการค้าขายเพื่อแสวงหาผลกำไร บนผืนแผ่นดินไทย แต่ไม่อยากรอเวลาหมดสัปทานกะอีกแค่ 3 ปี เพราะอะไร? แล้วก่อนหน้านี้ 10-20 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวมีจำนวนน้อย หายหน้าไปไหน ไม่เห็นมาเรียกร้อง ?

3.คำแทรก คำตอบ ของพิธีกร ที่ภาษาคนทำข่าว เขาเคยว่ากันในลักษณะ อาจจะ“ตั้งธง”มาล่วงหน้าหรือไม่? อาทิเช่น “ใครก็ได้ เข้าไปทำธุรกิจนี้ได้” หรือ “อ๋อ แน่นอน ที่สุด มี 10 ราย ย่อมดีกว่า 1 ราย ยกเว้นอย่างเดียว 1 ราย จ่ายเยอะกว่าปกติ” แม้แต่การ หัวเราะ พร้อมๆ กันนั้น ยิ่งดูว่าเป็นอากัปกริยาที่ปกติหรือไม่ เพียงใด อารยะชนพึงที่จะพิจารณากันเอาเองได้ 

ทึจริงบทบาทการตรวจสอบการใช่้อำนาจของภาครัฐเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าหากทำในลักษณะที่ไม่ปกติ จะกลายเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อความเชื่อถือเชื่อมั่น เพราะกระบวนการตรวจสอบ การสร้างกระแสต่างๆ ไม่ใช่การพิสูจน์ความถูกผิด เพราะในที่สุดกระบวนการทั้งหมดจะไปอยู่ที่เอกสาร พยาน หลักฐาน  ที่พิจารณาศาลสถิตยุติธรรม ที่จะเป็นผู้ตัดสินนั่นเอง ...