ข่าวเด่น ประเด็นข้น! 7 มกราคม 2561

ข่าวเด่นการเมือง

ชี้ช่อง “ปู” ลี้ภัยยาว 5 ปี อัยการเผยทำไม่ยาก

หลังมีการเผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในชุดเสื้อแจ็กเกตสีครีม ถือกระเป๋าหรูยี่ห้อแอร์เมส ยืนอยู่บริเวณหน้าห้างแฮร์รอดส์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นไปได้ ที่ทางการอังกฤษอนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยแล้ว ด้าน “อัยการ” เผยหลักเกณฑ์ยื่นคำขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษ ระบุ “ยิ่งลักษณ์” อ้างได้สารพัด เช่น เสี่ยงถูกกลั่นแกล้ง ข่มเหง หรือถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม อันมีเหตุเนื่องมาจากสังคม วัฒนธรรม ศาสนา หรือสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ อีกทั้งสามารถขอลี้ภัยให้คู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 18ปีด้วยก็ได้ ถ้าหากได้รับอนุญาตให้ลี้ภัย เมื่อพ้นระยะเวลา 5 ปี สามารถขอมีถิ่นพำนักในประเทศอังกฤษได้

 

“ปู” ไม่ใช้พาสปอร์ตไทย “บัวแก้ว” ยันเพิกถอนหมดแล้ว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศปัดไม่ทราบข้อมูล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลยในคดีปล่อยทุจริตรับจำนำข้าว อยู่ที่ไหนในประเทศอังกฤษ และใช้หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตของประเทศใด เนื่องจากก่อนหน้านี้ กต.ได้เพิกถอนหนังสือเดินทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปหมดแล้ว หลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานมายัง กต. ยันเผยแพร่ภาพอดีตนายกฯ ที่อังกฤษ ไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 

ทวง 800 ล้าน! บี้ยึดทรัพย์ 13 พธม.ปิดสนามบิน

อัยการฝ่ายบังคับคดียื่นหนังสือ 13 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชดใช้ค่าเสียหาย 522 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ธ.ค.2551ตามคำพิพากษากรณีปิดสนามบินแล้ว เบ็ดเสร็จเป็นเงินกว่า 800 ล้านบาท โดยจำเลยทั้งหมด ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือนายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี, นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง, นายสำราญ รอดเพชร, นายศิริชัย ไม้งาม, นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี ด้านทนายเผยจำเลยไม่มีทรัพย์สินเพียงพอในการชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษา รอยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ฟ้องล้มละลาย ส่วนคดีอาญาการปิดสนามบิน 2 แห่ง นัดสืบพยานโจทก์ มี.ค.นี้

 

ฟันธงปี 61 การเมืองดุ! เร่ง รบ.ทิ้งทวนแก้ปากท้อง

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ฟันธงปี 2561 การเมืองมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เพราะทุกพรรคมีความคาดหวังว่าจะมีเลือกตั้ง ยันไม่กังวลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ประกาศตัวเป็นนักการเมือง และพูดถึงช่องทางเป็นนายกฯ คนนอก ลั่นอะไรก็ตามที่ไม่ให้ประเทศเข้าสู่วิกฤตก็ดีทั้งนั้นอย่าไปรังเกียจเดียดฉัน แต่ขอให้ทำงานได้ โปร่งใส มีธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ ไม่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพประชาชน พร้อมเร่งรัฐบาล คสช.ทิ้งทวนแก้ปัญหาปากท้อง

 

สรุปข่าวเศรษฐกิจรอบวัน

ปลดล็อกแก้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ชง “บิ๊กตู่” รื้อคำสั่ง คสช.

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุผลตรวจสอบการแก้ไขปัญหาหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ที่มีหนี้สินสะสมตั้งแต่ปี 2544 และไม่มีเกณฑ์กำกับที่ชัดเจน พบว่ามีสมาชิกมาแสดงตัวว่ามีหนี้สินที่ต้องการให้ กฟก.แก้ปัญหา 293,000 ราย มูลหนี้กว่า 1,300 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้สินที่ กฟก.สามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ทันทีตามเงื่อนไขที่กำหนด 735 ราย มูลหนี้ 132 ล้านบาทเท่านั้น โดยสามารถดำเนินการเจรจาซื้อหนี้กับสถาบันการเงินได้ทันที เหลืออีก 292,265 ราย ต้องเข้าไปดูแล ทั้งนี้เงื่อนไขของ กฟก.ระบุไว้ว่า หนี้สินที่จะรับดูแลได้มีอยู่ 3 ข้อ คือ 1.ต้องเป็นหนี้สินของเกษตรกร 2.เกษตรกรต้องมียอดหนี้สินสะสมไม่เกิน 2.5 ล้านบาทต่อคน และ 3.ต้องเป็นหนี้จากสถาบันการเงินหรือองค์กรเกษตรกร และเป็นหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันเท่านั้น ซึ่งการตรวจสอบหนี้ดังกล่าวกว่า 99% เป็นหนี้บุคคลค้ำประกัน จึงไม่เข้าเงื่อนไข แต่ทั้งนี้จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาโดยอาจแก้คำสั่ง คสช.

 

“ธกส.” เล็งอัดฉีด 9.5 หมื่นล้าน ล้างหนี้เกษตรกร

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมเสนอมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 9 ม.ค.นี้ ประกอบด้วย “3 มาตรการ 9 โครงการ” วงเงินสินเชื่อรวมทั้งสิ้น 95,000 ล้านบาท ตั้งเป้าแก้ไขปัญหาเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ล้างหนี้นอกระบบเป็นศูนย์


โยกงบ 3 หมื่นล้านทำถนนอีอีซี-เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยว

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จี้กรมทางหลวงเร่งทำงบประมาณปี 2562 ให้เสร็จภายใน ก.พ.นี้ เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ดันเชื่อมเส้นทางจากรถไฟความเร็วสูงสู่แหล่งท่องเที่ยว หวังช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เล็งโยกงบประมาณปี 2563-2565 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท มาใช้เร่งสร้างถนนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)

 

สกัดใช้ “บิตคอยน์” หากิน

รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลเรื่องบิตคอยน์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นมา และยังไม่มีใครรู้ว่าจะไปถึงจุดไหนอย่างใกล้ชิด ซึ่ง ธปท.ก็เห็นด้วยเพราะจะไปยุติ “บิตคอยน์” คงไม่ได้ และเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นทุกแห่งในโลก ขณะนี้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยยังเป็นการใช้เฉพาะกลุ่ม ยังไม่เป็นสกุลเงิน เป็นสิ่งที่คนไปลงทุนเพื่อหวังผลในอนาคต ยังไม่ถึงจุดที่ว่าเป็นเงินมาแทนระบบเงินเก่า อย่างไรก็ตาม ทาง ธปท.จะช่วยดูแล ไม่ให้เป็นกลไกในการฟอกเงิน และไม่ให้เกิดการหลอกลวง

 

รอบรั้วทั่วไทย

หวั่นดราม่า! ทบ.แจงขนยุทโธปกรณ์เข้ากรุงแค่ “รถถังวันเด็ก”

ผวาดราม่ารัฐประหาร “กองทัพบก” แจงอย่าตื่นตระหนก เตรียมเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้ากรุง มายังกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อเตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2561 โดยจะทำการเคลื่อนย้าย 3 วัน คือในวันที่ 10 มกราคม 2561 เวลา 09.00 น. เคลื่อนย้ายอากาศยานจาก จ.ลพบุรี ในวันที่ 11 มกราคม 2561 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป เคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ อาทิ รถสายพานลำเลียง ยานเกราะล้อยาง ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน รถถัง จากหน่วยทหารใน กทม. ปราจีนบุรี และ สระบุรี สำหรับเส้นทางการเคลื่อนย้ายจะผ่านถนนสำคัญ อาทิ ถ.วิภาวดีรังสิต, ถ.พหลโยธิน, ถ.ทหาร, ถ.ประดิพัทธ์ และ ถ.ติวานนท์ เป็นต้น เผยเสร็จงานแล้วขนกลับทันทีในวันที่ 13 ม.ค.

 

“เสก โลโซ” ไลฟ์สดฮึ่ม! จ่อฟ้องนักข่าว-ตำรวจ

เมื่อช่วงสายวันที่ 7 ม.ค. มีรายงานว่า นายเสกสรรค์ สุขภิมาย หรือ “เสก โลโซ” ได้ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก เป็นเวลากว่า 25 นาที หลังจากโดนหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “อรินทราช” บุกเข้าจับกุมตัวในบ้านพักย่านสายไหม จากคดียิงปืนขึ้นฟ้าในวัดดัง จ.นครศรีธรรมราช โดยกล่าวตัดพ้อผู้สื่อข่าว พร้อมระบุ “ต้องปฏิรูปข่าวโดยด่วน” เผยในช่วงบ่ายจะแถลงข่าวถึงเหตุการณ์เรื่องราวทั้งหมด ระบุได้ตั้งทีมทนายเพื่อเตรียมฟ้องสำนักข่าวที่เสนอข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จนทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง นอกจากนี้ยังอธิบายกรณี 2 นายตำรวจเมืองคอนที่ถูกคำสั่งเด้งฟ้าผ่า เป็นการเชิญมากินข้าวขอบคุณเท่านั้น ส่วนที่มีข่าวเรื่องเสพยานั้น จะมีการฟ้องร้องผู้ทำให้เสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน โดย “เสก” อ้างว่าไม่มีของกลาง มีเพียงผลฉี่ที่เป็นสีม่วงเท่านั้น โดย “เสก” ยังฮึ่มต่อ เตรียมฟ้องร้องตำรวจ ที่ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ต 2 งานใน 2 จังหวัด เพราะอาจจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้เจ้าของงาน


สธ.สั่งเลิกประกาศ “ห้ามชาร์จมือถือ”! รับตีเจตนาผิด

สยบปมดราม่า “ห้ามชาร์จมือถือ”!! สธ.แจ้งทุกหน่วยงาน “ยกเลิกประกาศ” มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการแล้ว โดย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งทบทวนประกาศ สธ. กรณีห้ามใช้ไฟฟ้าของหน่วยงานเพื่อชาร์จโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากได้พิจารณาแล้วเห็นว่า มาตรการดังกล่าวมีประเด็นความไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ จึงเห็นควรให้มีการทบทวนเพื่อความเหมาะสม และเกิดความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.61