วินาที Kingpower บริจาค 100 ล้าน "พี่ตูน"เปิดใจหลังวิ่งมาครึ่งทาง

ตามดู..King Power จัดหนักต้อนรับคณะ "พี่ตูน บอดี้สแลม" ยิ่งใหญ่่ ขณะที่ "วิชัย ศรีวัฒนประภา" นำคณะผู้บริหาร หน่วยงานภาคเอกชน บริจาคเพิ่มเติมอีกรวม 100 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดบริจาค ทะลุ 500 ล้านบาทแล้ว ขณะที่ "พี่ตูน" เปิดใจวิ่ง มา 33 วัน ครึ่งทาง ยืนยันกำหนดการเดิม วิ่งถึงที่หมายภายใน 55 วัน ขอบคุณทุกกำลังใจ  ขอบคุณ คิงเพาเวอร์ รับดูแลโครงการก้าวคนละก้าว ตั้งแต่เริ่มแรก

 

ภายหลังจากที่ นายอาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องชื่อดัง 'พี่ตูน บอดี้สแลม' ได้นำคณะวิ่งโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร นำคณะเข้าที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ในซอยรางน้ำ ซึ่งมีการการจัดพิธีต้อนรับยิ่งใหญ่ พร้อมมอบเงินบริจาคเพิ่มเติม 

พิธีต้อนรับครั้งนี้ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ และ นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้บริจาคเพิ่มเติมในช่วงแรกจำนวน 53 ล้านบาท และมีหน่วยงานและผู้บริจาคอื่นๆ สมทบเพิ่มจากคิงส์ เพาเวอร์ รวมแล้วกว่า89 ล้านบาท

ในช่วงสุดท้ายนายอัยยวัฒน์ ขึ้นเวทีและระบุว่าจะบริจาคเงินสมทบในวันนี้เพิ่มให้อีกรวมเป็น 100 ล้านบาทพอดี ทำให้ยอดเงินบริจาคในคืนนี้พุ่งทะลุถึง 500 ล้านบาทแล้ว

ก่อนหน้านี้ที่โครงการก้าวคนละก้าว จะเริ่มวิ่งที่ จ.ยะลา  ทาง King Power ได้เคยบริจาคเงินให้กับ "พี่ตูน"ไปแล้ว 24 ล้านบาท

ทั้งนี้ "พี่ตูน" ได้กล่าวเปิดใจกับผู้มาให้กำลังใจในค่ำคืนวันนี้ ว่า ขอบคุณทุกคน ไม่เฉพาะคนที่อยู่ที่ คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ขอบคุณคนไทยทุกคนที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้ คนไทยที่อยู่ต่างจังหวัด ต่างประเทศ ที่ร่วมด้วยช่วยกันกับโครงการก้าวคนละก้าว ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งส่งเงินบริจาคและกำลังใจให้คุณหมอ พยาบาล ทั่วประเทศ หรือการลุกขึ้นมาหยิบรองเท้าออกมาวิ่งออกกำลังกาย เพราะจุดประสงค์ของโครงการไม่ใช่แค่ต้องการเงินบริจาคอย่างเดียว อีก 2 จุดประสงค์ที่สำคัญคือ ต้องการขอบคุณคุณหมอ พยาบาล ที่ทำงานอย่างหนักทั่วประเทศ วินาทีที่เรายืนคุยกัุนขณะนี้ คุณหมอ คุณพยาบาลยังคงทำงานอยู่ บางคนควงเวรซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อรักษาชีวิตให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าเครื่องมือทางการแพทย์จะพร้อมหรือไม่พร้อม จะขาดหรือไม่ขาด สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ กำลังใจ อยากให้พวกเราส่งผ่านกำลังใจไปให้พวกเขาเหล่นั้นที่ทำงานหนัก บางวันเราอาจจะต้องพึ่งเขา ให้เขารักษาชีวิตเราด้วย และ อีกประการ คือเรื่องดูแลสุขภาพตัวเอง หากทุกคนลุกขึ้นมาออกกำลังกาย อาจจะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นไม่ต้องพึ่งพาคุณหมอ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เมื่อลุกขึ้นมาออกกำลังกายไม่ใช่แค่เสมอตัว บางทีเขาอาจจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น เป็นชีวิตที่เป็นบวก 

"โครงการก้าวคนละก้าว ต้องขอบคุณคิงเพาเวอร์เป็นอย่างมาก  ในวันแรกที่เราจะตั้งไข่โครงการนี้ ผมเดินเข้ามาหาคุณต๊อบ อัยยวัฒน์ มาเล่าถึงเจตนารมย์ที่เราอยากจะทำ โรงพยาบาลบต่างๆ ที่เราอยากจะช่วยเหลือ คุณต๊อบ ฟังอยู่ประมาณไม่ถึง 20 นาที ผมเล่าไปเรื่อย ๆ คุณต๊อบ บอกว่า "ผมขออนุญาติ ให้คิงเพาเวอร์ดูแลโครงการนี้ ไม่ว่าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นกับโครงการ คิงเพาเวอร์จะดูแลให้ทั้งหมด"

เมื่อเริ่มขับเคลื่อนโครงการนี้ทำให้คนเริ่มก้าวกันได้ "พี่ตูน" บอกว่า  มาจนถึงขณะนี้  มันเป็นเหมือนผลพลอยได้ ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นในวงกว้างและรวดเร็ว ขนาดนี้ ผมคิดในตอนแรกแค่ผมมีความสุขกับมัน ผมเป็นคนชอบออกกำลังกาย ชอบวิ่ง เตะฟุตบอล เล่นปิงปอง ผมอยู่กับมันได้ทั้งวันโดยไม่ต้องดูนาฬิกา ผมคิดแค่ว่าอยากจะทำสิ่งที่เรามีความสุยขให้เกิดประโยชน์กับคนมากที่สุด และในฐานะที่เราเป็นนักร้อง ก็อยากจะใช้เสียงของเราให้เป็นประโยชน์ อยากจะบอกเล่าเรื่องโรงพยาบาลที่เราไปรับรู้ ไปเห็น ไปได้ยินมา มาว่ามีตรงนั้น ตรงนี้ ต้องการความช่วยเหลือ เมื่อเราส่งเสียงออกไป ให้คนรับรู้ สุดท้ายใครอยากช่วย ไม่ช่วย ก็เป็นสิทธิของคุณ ไปบังคับกันไม่ได้ แต่เราได้เห็นคนไทยใจดีตลอด  33 วัน จากเบตง มาถึงกรุงเทพฯ 

"อันนี้เล่าเรื่องตลกระหว่างทาง ผมเจอคุณยายหลายๆ  คน บอกด้วยความเป็นห่วง เอ้า..ถ้ามันเหนื่อยมาก ทำไมไม่ขึ้นรถไปหละลูกเอ้ย...อันนี้เป็นเรื่องจริง คือเขาเห็นเราเหนื่อยขนาดนี้ ทำไมต้องเหนื่อยขนาดนี้ ทำไมไม่ขึ้นรถไปก็ได้ เขาพูดกันหลายคน ระหว่างทาง ผมบอกว่าไม่ได้ครับ ผมต้องวิ่งไป...

ตลอดทางผมได้เหรียญบาท เหรียญห้าบาท เหรียญสิบ แบงค์ร้อย แบงค์พัน บางคนเป็นหมื่น เอาใส่มือเรา ผมก็เอาใส่ถุง ตลอด 33 วัน หลายคนอาจจะคิดว่า เศษเงินคิดว่าอาจจะเอาไปทำอะไรไม่ได้ เงินสิบบาท เงินยี่สิบบาท  แต่ตอนนี้เรารวมกันได้ 400 กว่าล้านแล้ว ยังไม่นับเมื่อตะกี๋นี้ ผมยังไม่ได้บวกเข้าไป ผมบวกเลขไม่เก่งนะครับ โครงการที่พวกผมตั้งใจทำอยากเห็นพลังของคนไทยมารวมกัน ใครมีมากให้มาก ใครมีน้อยให้น่้อย ข้อสำคัญต้องไม่เดือดร้อน ลองดูเอามารวมกันเราทุกคนจะภูมิใจที่มีส่วนกับมัน ผมอยากให้เกิดตรงนี้"

สำหรับแผนการวิ่งต่อไปถึงแม่สาย จะใช้เวลาอีกสักกี่วัน นั้น "พี่ตูน" บอกว่า ที่จริงจะต้องถึง กรุงเทพฯ วันที่ 1 ธ.ค. แต่ตอนนี้ล่าช้ามา 2 วัน แล้ว เท่ากับระยะทาง 100 กิโลเมตร แต่คิดว่ายังอาจจะทำได้ตามเวลาที่ตั้งใจไว้ บางคนอาจจะบอกว่าไม่ต้อง ถึงแม่สายใน 55 วันก็ได้ ค่อย ๆ ไป แต่ผมรู้สึกว่าเป็นความมุ่งมาดปราถนาของผม ในฐานะนักกีฬา เป็นคนไทยคนแรกที่จะพิชิตจากจุดใต้สุดถึงเหนือสุดของประเทศไทยในระยะเวลานี้ จึงอยากจะทำอย่างเต็มที่ตามที่ตั้งใจไว้ก่อน ไม่อยากจะให้เป็นความรู้สึกว่ามัน... บางคนบอกว่า 2 เดือนก็ได้ 3 เดือนก็ได้ ผมไม่อยากว่าเราไปเหลอะแหละกับมัน อยากทำอย่างเต็มที่ให้จบใน 55 วันให้ได้ครับ