"องค์กรสตรี"ยื่น 7ข้อเสนอแก้ปัญหาความรุนแรงในสตรี

"องค์กรสตรี" พร้อมยื่น7ข้อเสนอต่อพม.ออกมาตรการแก้ปัญหา ด้าน“ผอ.บ้านพักฉุกเฉินฯ” ชี้หญิงถูกกระทำขอความช่วยเหลือพุ่ง300 รายต่อปี ขณะที่“เด็กหญิง13ปี”เปิดใจ ขอความเป็นธรรม หลังถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผ่านมาเกือบ2เดือนคดีไม่คืบ!!

ที่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ฯ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ร่วมกับ บ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง มูลนิธิพิทักษ์สตรี และมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม จัดกิจกรรมปลุกพลังใจและเปิดเวทีรับฟังเสียงของกลุ่มผู้หญิงที่เผชิญปัญหาความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัว 

จากนั้นทางกลุ่มผู้หญิงที่ประสบปัญหาฯได้ยื่นข้อเสนอ ต่อนายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เพื่อเสนอความต้องการสู่แนวทางแก้ไขปัญหาความรุนแรง ทั้งนี้ภายในงานมีการแสดงละครของสมาชิกบ้านพักฉุกเฉินฯที่เกิดขึ้นจากชีวิตจริง และนิทรรศการ"จดหมายเหตุ"เพื่อบอกเราความรุนแรงในวันเกิดเหตุด้วย

นางณัฐิยา ทองศรีเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ บ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงที่ผู้หญิงต้องเผชิญ ส่วนมากไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา เนื่องจากขาดที่พึ่งที่ปลอดภัย เข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม หรือไม่มีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม จึงยากที่จะแก้ปัญหาได้ บางรายไม่กล้าแจ้งความเพราะอาย กลัว ถูกข่มขู่ หลายรายเมื่อขึ้นโรงพัก ตำรวจแค่ลงบันทึกประจำวัน แล้วให้กลับบ้าน พ้นโรงพักก็เกิดความรุนแรงอีก สำหรับความต้องการของบ้านพักฯ คือ อยากให้รัฐบาล กรมกิจการสตรีฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การแก้ไข ออกนโยบายเอื้อต่อผู้เสียหายและรวดเร็วทันท่วงที โดยไม่เลือกปฏิบัติ และมีสวัสดิการรองรับให้กับผู้เสียหาย

นางสาวเอ (นามสมมติ)อายุ13ปี ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางเพศ  หนึ่งในสมาชิกบ้านพักฉุกเฉินฯ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนต่างจังหวัด ครอบครัวแตกแยก เติบโตมากับตาและยาย จากนั้นย้ายมาอาศัยอยู่กับพ่อในกทม.เป็นห้องพักแคมป์คนงานก่อสร้าง กระทั่งคนร้ายอาศัยจังหวะที่พ่อและแม่เลี้ยงไม่อยู่ เข้ามาล่วงละเมิดทางเพศ และข่มขู่ไม่ให้ไปบอกใคร แต่เมื่อพ่อทราบเรื่องก็พาไปแจ้งความที่สน.แห่งหนึ่ง ตำรวจทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน ตอนนี้ผ่านมาเกือบ2เดือนแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า

“14ต.ค.วันที่หนูไปแจ้งความ ตำรวจมีกิริยาที่ไม่เหมาะสม เช่น ทุบโต๊ะ ตะคอก ชักสีหน้าไม่พอใจ เหมือนไม่เต็มใจทำคดี แม้แต่ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ยังไม่มีพนักงานพาหนูไป หนูกับพ่อต้องเดินทางไปเองแล้วไปบอกพยาบาลว่าหนูถูกข่มขืนมา ซึ่งหนูมีความรู้สึกแย่มาก มันไม่เหมาะสมที่ต้องไปเล่าเรื่องราวที่เจอมาซ้ำอีก หนูท้อใจ ทำอะไรไม่ถูก ทั้งอายทั้งหวาดกลัว เครียด ทั้งนี้หนูอยากฝากผ่านไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนว่า ควรเต็มใจช่วยเหลือผู้ที่ถูกกระทำ ไม่ควรโวยวาย แต่ควรมีความเป็นมิตร เพราะสิ่งที่ผู้เสียหายเจอมาก็แย่พอแล้ว มันกระทบจิตใจมาก และอยากให้คดีมีความคืบหน้า จับตัวคนร้ายให้ได้ และขอให้ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง กล้าลุกขึ้นมาสู้ เข้มแข็ง อย่ากลัว” นางสาวเอ (นามสมมติ) กล่าว

 สำหรับข้อเสนอที่ทางกลุ่มผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรง ยื่นเสนอต่อกรมกิจการสตรีฯ พม.คือ1.หน่วยงานที่ทำหน้าที่บริการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เมื่อรับเรื่องแล้วให้รีบดำเนินการ ไม่มองเป็นเรื่องสามี ภรรยา (เช่น ตำรวจ)2.ออกมาตรการ “คุมประพฤติ” บุคคลที่กระทำความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ 3.โรงพยาบาลควรดำเนินการตรวจDNAให้ผู้หญิงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในกรณีที่ฝ่ายชายปฏิเสธความรับผิดชอบ และกรณีถูกข่มขืนกระทำชำเรา 4.ภาครัฐควรจัดหาทนายความให้คำปรึกษา การต่อสู้ดำเนินคดี การบังคับคดีให้กับผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  5.  ภาครัฐควรมีกองทุนสนับสนุนการสร้างอาชีพ การต่อสู้ดำเนินคดีในระหว่างฟื้นฟู เยียวยา และภายหลังการฟื้นฟู เยียวยา 6. หน่วยงานที่ดูแลบริการผู้หญิงเช่น บ้านพักเด็กและครอบครัว ควรอบรมด้านกฎหมายและสิทธิ ในระหว่างฟื้นฟูเยียวยาในบ้านพัก7. หลังจากยื่นข้อเสนอนี้แล้ว อยากให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อย่างน้อยการรณรงค์ยุติความรุนแรงในปีหน้าต้องได้คำตอบ